
ความสุข (Happiness) และ ถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat) คือสารตั้งต้นที่ทำให้เกิดแนวคิดการสร้าง “อาณาจักรแห่งความสุข” และกลายเป็นชื่อ “Happitat” ขึ้นมา เป็นความตั้งใจของบริษัท Axtra Happitat จำกัด ที่ต้องการสร้างอาณาจักรแห่งความสุข (The Magical Destination of Happiness) เชื่อมโยงการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ดีเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ และนำเสนอด้วยกลยุทธ์ Experiential Marketing คือ การมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
ดังนั้นทุกอย่างภายในโครงการไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนงานอีเวนต์ เวิร์คช้อปต่าง ๆ จะนำเสนอในคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ ในรูปแบบ Phygital ผสานโลกจริงและโลกดิจิทัล เพื่อดึงความสนใจและเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แสนประทับใจ ทำให้ “Happitat” กลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ทุกคนปรารถนา และเป็นแรงขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
ล่าสุด “Happitat” กลายเป็นที่จับตาครั้งใหญ่ ผลลัพธ์จากความกล้าลงมือพัฒนาสร้างโครงการที่แปลกใหม่ โฟกัสสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนสัมผัสได้จริงเหนือจิตนาการ ทำให้แบรนด์ดัง ๆ ระดับโลกที่มี Passion เชื่อเรื่องความสุขที่ยั่งยืนสร้างให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน มั่นใจใน “Happitat” จนเกิดเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญภายในโครงการมากมาย
อีกหนึ่งไฮไลท์ของ “Happitat” ที่โดดเด่นที่สุดคือ Edutainment Zone ที่พัฒนาจากแนวคิดที่เชื่อว่าการเรียนรู้ต้องควบคู่ไปกับความสนุกสนาน โดยทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถร่วมกันทำได้ การได้ใช้เวลาร่วมกันจะช่วยเพิ่มทั้งความสัมพันธ์และทักษะด้าน IQ, EQ ให้กับเด็ก ๆ ครบทุกด้าน
จากนิยาม ความรู้ ความสนุก และ กิจกรรมที่ร่วมกันทำได้ ถูกต่อยอดมาเป็น Edutainment Zone ที่ต่างไปจากที่เคยมีมาตรงไหน? ไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน
“PLAY” คือ ไม่ใช่แค่เด็กสนุก แต่ต้องมีพื้นที่กิจกรรมที่ผู้ใหญ่เข้ามาร่วม ENJOY ได้อย่างเต็มที่ โดยได้ Kidzooona แบรนด์สวนสนุกในร่มชื่อดังระดับโลก มาสร้างโซนความสนุกที่เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่มาเล่นด้วยแล้วยิ่งแฮปปี้ อย่าง บ้านบอลยักษ์, สไลเดอร์ (Inflatable Slider), ลู่วิ่งลม (Air Track), โซนก่อสร้างจำลอง (Construction) รวมถึงยังได้แบรนด์ดัง ทางด้านสไลม์ อย่าง Slimeville มาร่วมมัดรวมกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวร่วมเล่นกันได้แบบเปิดโลกจินตนาการผ่านการเล่นสไลม์ที่ได้ทั้งทักษะทางกล้ามเนื้อร่างกายและสมาธิ
หรืออย่างในมิติของคำว่า “EXPLORE” ในมุมของ “Happitat” เชื่อว่าศิลปะ ดนตรี และการแสดง ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ที่เร้าให้เกิดไอเดียจินตนาการใหม่ ๆ ช่วยให้ทุกเจนฯ ได้ค้นพบความสามารถเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งทางด้านดนตรีได้ 2 แบรนด์ดังมาเข้าร่วมด้วย อย่าง Yamaha Music ซึ่งถือเป็นสุดยอดแบรนด์โรงเรียนดนตรีในดวงใจของครอบครัวทั่วประเทศ ที่เพิ่มทักษะดนตรี และพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ไปพร้อมกัน โดยมีหลักสูตรสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และอีกหนึ่งสถาบัน PlaySound ที่รู้จักกันดีในฐานะแบรนด์ที่เก่งด้านเปียโนเด็กเล็กที่หาตัวจับได้ยาก
ส่วนกิจกรรมทางด้านศิลปะก็มีพร้อมให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Party Art Gallery ใช้เทคนิคพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยครูเจ้าของสถาบัน เพื่อให้เหมาะกับแต่ละวัย และ Paint N Play ที่เปิดรับเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นการทำศิลปะที่เน้นจินตนาการ การสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดในแบบตัวเอง และการแสดงอย่าง Dance Academy สถาบันที่เน้นการพัฒนาทักษะการเต้นสตรีทแดนซ์ตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงขั้นสูง ฯลฯ ส่วน RELAX ทาง “Happitat” ก็มีบริการจาก Milk Kids Salons & Nails ที่ออกแบบมาสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายและดูแลตัวเอง ให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน
และในเซ็กชั่นของ SKILLS FOR LIFE ซึ่งถือว่าสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ทาง “Happitat” ก็มีพาร์ทเนอร์ทางด้านวิชาการเข้ามาร่วมมากมาย อาทิ I can read สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่ใช้ระบบการสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics) เน้นการสอนให้เด็ก ๆ อ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้เอง Cymath School โรงเรียนสอนคณิตศาสตร์ที่จะทำให้เด็ก ๆ รักการคำนวณและเรียนรู้อย่างมีความสุข และสถาบันชั้นนำอย่าง Phonict 1st โรงเรียนที่มุ่งสอนการอ่านและการเขียนด้วยวิธีใหม่ หลักสูตรออกแบบเพื่อสร้างความรักความคิดสร้างสรรค์ในการอ่านและเขียน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้
นอกจากนี้ด้วยลักษณะพิเศษของ “Happitat” ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อม เสมือนเป็นลานผืนป่าขนาดย่อม ๆ ที่ทุกคน ทุกครอบครัวสามารถเข้ามาพักผ่อน เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดเรียนรู้ธรรมชาติ ผู้ใหญ่ได้เพลินไปกับบรรยากาศที่สงบร่มเย็น ซึ่งทาง “Happitat” ได้ใช้พื้นที่สีเขียวนี้เป็นอีกโซนที่จัดกิจกรรมให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกันตลอดทั้งปี โดยจะมาในธีมที่แตกต่างกันไปตามช่วงจังหวะเวลา แต่ที่แน่ ๆ คือ มีเซอร์ไพรส์ให้ได้ว้าวกันแน่นอน
ขยับจากพื้นที่สีเขียวเข้ามาภายใน “Happitat” นั่นประกอบด้วย 3 อาคารที่เชื่อมโยงถึงกัน ตั้งแต่อาคารบลูมมินัส วันเดอร์ไวลด์ และเฟสตี้ ทาวน์ แต่ละอาคารมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ต่างกัน ทั้ง 3 อาคาร ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของทุกเจนฯ ได้อย่างครบเครื่อง แต่ยังเป็นจุดหมายของแบรนด์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างชาติ ที่มีเป้าหมายสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ต้องการและจดจำในฐานะผู้นำเช่นเดียวกับ “Happitat” ที่วันนี้กลายเป็นศูนย์กลางที่หล่อหลอม ความสุขที่ยั่งยืนกับธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว



