HomeDigitalเปิดหลักฐาน World สแกนม่านตาแลกคริปโต ผิดหลัก PDPC สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านราย

เปิดหลักฐาน World สแกนม่านตาแลกคริปโต ผิดหลัก PDPC สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านราย

หยุด "เก็บ-ใช้-ประมวลผล" เตรียมรับโทษปรับ

แชร์ :

จากกรณีที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีสแกนม่านตา World  ได้นำระบบดังกล่าวมาสแกนม่านตาในประเทศไทยภายใต้การดูแลของบริษัท Tools for Humanity  พร้อมเปิดตัวเลขว่ามีผู้สแกนม่านตาแล้วประมาณ 1 ล้านราย นั้น ล่าสุด ทาง สคส. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล –  PDPC) ได้สั่งระงับและไล่สอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว พร้อมชี้ว่าธุรกิจในลักษณะดังกล่าวมิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เตรียมดำเนินการเรียกเก็บค่าปรับ โทษสูงสุด 5 ล้านบาทต่อไอดี

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า “กระทรวงฯ ให้ความสำคัญและส่งเสริมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้ยืนยันความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของผู้ให้บริการที่มาเก็บข้อมูลชีวภาพจะต้องทำภายใต้กรอบที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดด้วย

ซึ่งจากเงื่อนไขและรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ World ทางคณะกรรมการผู้เชียวชาญ คณะที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส) หรือ PDPC ได้พิจารณารายละเอียดธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต” รวมถึงพยานหลักฐาน และคำชี้แจงของผู้ให้บริการธุรกิจดังกล่าวแล้ว พบว่า

การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเก็บรวบรวม “ข้อมูลชีวภาพ” ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภทข้อมูลอ่อนไหว มิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ ผู้ให้บริการได้ใช้วิธีจูงใจประชาชนด้วยการมอบเหรียญคริปโตเคอเรนซีเป็นค่าตอบแทน เพื่อแลกกับการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลม่านตา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการขอความยินยอมที่ไม่เป็นไปโดยอิสระตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนั้นการแจ้ง วัตถุประสงค์ในขั้นตอนการขอความยินยอมแจ้งว่าเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เคยสแกนม่านตาไปแล้วไม่สามารถสแกนซ้ำได้ จึงชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันถึงตัวบุคคลที่สแกนไปแล้วด้วย การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจึงเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ขอความยินยอมตั้งแต่ต้น

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ภายหลังจากการพิจารณาพยานเอกสาร พยานวัตถุ และคำชี้แจงของผู้ให้บริการ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ได้มีคำสั่งทางปกครอง ดังนี้

1. ให้ผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลม่านตา ระงับหรืองดการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญคริปโตเคอเรนชีเพิ่มเติมโดยทันที และรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อสคส. ภายใน 7 วัน

2. ให้ผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ลบทำลายข้อมูลม่านตาและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของประชาชนจำนวน 1.2 ล้านคนทั้งหมด เพื่อป้องกันการโอนย้ายถ่ายเทข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังต่างประเทศ โดยไม่ถูกกฎหมาย (หนึ่งในสถานที่เก็บข้อมูลคือหมู่เกาะเคย์แมน)

หยุด “เก็บ-ใช้-ประมวลผล”

สำหรับกคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่รั่วไหล และไม่ให้นำเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อขาย หรือใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 เป็นไปตามกรอบกฎหมายของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และเป็นไปตามมาตรการสากล

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบประเทศอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 8 ประเทศได้มีการแบนการดำเนินการนี้ไปแล้วเช่นกัน โดยประเทศที่มีคำสั่งระงับชัดเจน 5 ประเทศได้แก่ เยอรมนี สเปน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และบราซิล

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสงสัยอื่นๆ เช่น กรณีมีขบวนการจ้างคนมาสแกนม่านตาแลกเหรียญเพื่อนำไปให้บุคคลอื่นใช้ โดยการตรวจสอบขยายผลของ ก.ล.ต.และตำรวจไซเบอร์ได้ตรวจพบและมีการจับกุมผู้รับแลกเหรียญดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตมาแล้วหลายราย จึงเป็นเหตุสงสัยว่าอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ อีกซึ่งในส่วนนี้จะได้มีการสืบสวนขยายผลโดยเจ้าหน้าที่ DSI และเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับ World เป็นแนวคิดด้านการยืนยันความเป็นมนุษย์ที่ถูกคิดค้นขึ้นโดย Sam Altman (ผู้สร้าง ChatGPT) และ Alex Blania ปัจจุบันมีการใช้งานในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ส่วนในประเทศไทย มีผู้สแกนม่านตากับเครื่อง Orb แล้วประมาณ 1.2 ล้านคน

 


แชร์ :

You may also like