
พร้อมเผยผลสำรวจ Marketing Trends: 2026 Way Forward ซึ่งสะท้อนมุมมองและแนวโน้มสำคัญในแวดวงการตลาดไทย ปี 2026 โดยรวบรวมข้อมูลจาก MAT CMO COUNCIL เครือข่ายผู้บริหารระดับสูงด้านการตลาดในองค์กรต่างๆ ที่มีพนักงาน 5,000 คนขึ้นไป และเป็นผู้บริหารที่มีฐานเงินเดือน 3 แสนบาทขึ้นไปต่อเดือน จำนวน 126 คน
ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ อุปนายกฝ่ายองค์ความรู้ด้านการตลาด และ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อุปนายกฝ่ายกิจกรรมการสื่อสารและการตลาดยั่งยืน สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และหัวหน้าภาควิชาการตลาด ประธานหลักสูตรปริญญาโทด้านแบรนด์และการตลาด คณะบัญชีฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปผลสำรวจ Marketing Trends 2026 และแนวทางการทำตลาดไว้ดังนี้
มุมมองเศรษฐกิจและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตลาดไทย ปี2026
– จากผลสำรวจพบว่า 56% เห็นว่าเศรษฐกิจไทย ปี 2026 “โตยาก” คาดว่าจะเติบโตเพียง 0.9% (เป็นตัวเลขเติบโตต่ำกว่าผลสำรวจปี 2025 ที่คาดเติบโต 1.65% จากตัวเลขที่ผู้บริหารการตลาดคาดการณ์นี้ มองว่าปี 2026 เป็นปีที่ “โหด” และ “เหนื่อย” ในการทำการตลาด
– โดย 3 ปัจจัยที่จะกระทบการตลาดมากที่สุดในปี 2026 คือ 1. ลูกค้า จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทำให้เข้าใจยากขึ้น 2. การเมืองในประเทศ เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะมีส่วนผสมหลายพรรค และ 3. เทคโนโลยีดิจิทัล
3 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี2026
– นักการตลาดมองเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค 2026 จะให้ความสำคัญดังนี้
1. การค้าออนไลน์
2. สุขภาพ
3. คุณภาพ
เนื่องจากนักการตลาดมองปี 2026 เศรษฐกิจเติบโตต่ำ จึงให้ความสำคัญกับการค้าออนไลน์เพื่อสร้างรายได้มาเป็นอันดับแรก ขณะที่เทรนด์สุขภาพยังให้ความสำคัญต่อไป ส่วน “สิ่งแวดล้อม” มาเป็นอันดับ 8 เนื่องจากมองเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เงินในกระเป๋าน้อยลง การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมจึงอยู่ในอันดับท้ายๆ
รัดเข็มขัดไม่เพิ่มงบการตลาด
– ด้านการใช้งบการตลาดปี 2026 พบว่าผู้บริหารนักการตลาด 69% จะไม่เพิ่มงบประมาณการตลาด นอกจากนี้คาดการณ์ว่าจะใช้งบลดลง 1% เพราะปี 2026 ยังเป็นอีกปีที่มองว่าเศรษฐกิจไม่ดี
– ปี 2026 นักการตลาดเน้นการลงทุน 3 ด้าน คือ 1. แพลตฟอร์มคอมเมิร์ซ (ทั้งของตัวเองและเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์มคอมเมิร์ซต่างๆ) โดยมองการลงทุนเพิ่มขึ้นและใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างรายได้ 2. คอนเทนต์ เพื่อทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคมากขึ้น และ 3. ระบบเพย์เมนต์
โฟกัสกำไร
– สรุปมุมมองความสำคัญของ 3P (People – Planet – Profit) สิ่งที่นักการตลาดและผู้บริหารให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 1 ในปี 2026 คือ “Profit” หรือผลกำไร สอดคล้องกับมุมมองว่าปี 2026 มองเศรษฐกิจเติบโตยาก จึงต้องเน้นกำไรเป็นหลัก เพื่อทำให้องค์กรแข็งแรงก่อน จากนั้นจึงมองเรื่องการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
3 เทคโนโลยีให้ความสำคัญในปี2026
– มุมมองด้านการใช้เครื่องมือ Deep Tech กับการตลาดไทยในปี 2026 ที่นักการตลาดให้ความสำคัญ คือ 1. AI 2.IoT และ 3.Biotechnology โดย AI มาเป็นอันดับแรกด้วยคะแนนสูงกว่าปีก่อน ถือเป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญและลงทุนต่อเนื่องในการทำการตลาดยุคนี้
– มุมมองธุรกิจที่จะสร้าง New S-Curve การเติบโตให้เศรษฐกิจไทยมี 3 อุตสาหกรรม คือ 1. Health & Wellness 94% 2. ภาคการเกษตรและไบโอเทค 87% และ 3. การท่องเที่ยวคุณภาพ 65%
– จากมุมมองเศรษฐกิจไม่ดีในปี 2026 แต่เทรนด์สุขภาพเป็นแนวโน้มที่ยังเติบโตได้ทั่วโลก จึงเห็นการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่ภาคการเกษตรและไบโอเทค เป็นภูมิปัญญาไทยที่ทำได้ดี รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาที่โดดเด่นด้านนี้ ด้านท่องเที่ยวคุณภาพแม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่กลุ่มกำลังซื้อสูงไม่ได้รับผลกระทบและยังเดินทางท่องเที่ยว เห็นได้จากการเติบโตของบัตรอีลิท
– ทักษะสำคัญที่นักการตลาดต้องมี โดยอันดับ 1 มี 2 ทักษะที่ได้คะแนนเท่ากันกัน คือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และ การคิดวิเคราะห์ และนวัตกรรม (Analytical thinking and Innovation) ถือเป็นทักษะที่นักการตลาดต้อง Up-skills โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการคิดวิเคราะห์การทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด โดยเป็นทักษะที่เจ้าของธุรกิจทั่วโลกมองหา เพื่อนำพาองค์กรไปข้างหน้า
– แม้ทักษะด้านเทคโนโลยีต้องให้ความสำคัญ แต่นักการตลาดก็ต้องมีทักษะเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย เพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์ข้อมูลต่อยอดเซ็กเมนต์กลุ่มลูกค้าและทำแคมเปญ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
เทรนด์การตลาดสำคัญปี 2026
สรุป 3 ประเด็นสำคัญเทรนด์การตลาด ปี 2026 คือ 1. AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรและนักการตลาดต้องนำมาใช้และพัฒนทักษะต่อเนื่อง 2. Sustainability การคิดทำการตลาดยั่งยืนเพื่อดูแลสังคมและโลก 3. Agility และ Fast การปรับตัวเพื่อสร้าง Brand Purpose
อุปสรรคการตลาดไทยปี 2026 คือ 1. Budget มีข้อจำกัดด้านการใช้งบประมาณจากเศรษฐกิจโตต่ำ 2. War สถานการณ์สงครามยังมีความไม่แน่นอน และ 3. Fragmentation การแตกกระจายของกลุ่มลูกค้าทำให้ต้องปรับรูปแบบการตลาดตลอดเวลาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ในยุคนี้จึงไม่ได้ทำการตลาดเพื่อสร้างส่วนแบ่งการตลาด แต่เป็นรูปแบบ “แบ่งเศษตลาด” จากภาวะ Fragmentation
A-B-C-D “4 คาถารอด” ปี 2026
ปี 2026 แม้เป็นปีที่ “เหนื่อย” แต่หัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ สมาคมฯ สรุปคาถาการตลาดออกมาเป็นแนวคิด “ABCD” ดังนี้
A : Analytical Thinking + AI + Analytics การคิดเชิงวิเคราะห์ที่อยู่บนโลกเทคโนโลยี AI และดาต้า ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น และหมดยุคการลองผิดลองถูก
B : Balance สร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วและความรอบคอบในการดำเนินกลยุทธ์และลงทุนกับการจัดการความเสี่ยง ทั้งนี้ต้องเร็วและอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะปี 2026 เศรษฐกิจไม่ดีดังนั้นงบประมาณจึงมีไม่พอที่จะเดินหน้ารุกอย่างเดียว
C : Creativity ความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบจะเกิดผลลัพธ์เชิงบวก แม้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่สามารถต่อยอดจากการใช้ AI และ Data เพื่อทำให้ 1 + 1 = 4
D : Data วิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์และความรู้สึกกับลูกค้า เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจเขาอย่างแท้จริง เรียกว่า Data with Purpose
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยมองว่า การตลาดปี 2026 เป็นปีที่โหดและเหนื่อย โดยสิ่งที่เป็น “อุปสรรค” คือ งบประมาณจำกัดและปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นบาลานซ์การใช้เงินให้เกิด “กำไร” และปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยยังให้ความสำคัญด้านการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
อ่านเพิ่มเติม














