HomeBrand Move !!LINE MAN Wongnai ชี้เทรนด์ “เมืองรอง” โต พร้อมลุยตลาด ขยายฐานฟู้ด เดลิเวอรี่ต่างจังหวัด

LINE MAN Wongnai ชี้เทรนด์ “เมืองรอง” โต พร้อมลุยตลาด ขยายฐานฟู้ด เดลิเวอรี่ต่างจังหวัด

แชร์ :

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ “LINE MAN Wongnai” ใช้มาตลอดเพื่อขยายฐานการใช้บริการให้เพิ่มขึ้น นั่นคือ การขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ กระทั่งสามารถยึดหัวหาดได้ครบทั้ง 77 จังหวัด ทำให้ในช่วง 3 ปีหลังมานี้ LINE MAN Wongnai จึงเริ่มขยายบริการมาสู่เมืองรองในระดับ “อำเภอ” มากขึ้น เพราะมองว่าวิธีนี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้ ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับไรเดอร์ รวมไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร และเครื่องดื่มในท้องถิ่นให้เติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

และหนึ่งในเมืองรองที่ LINE MAN Wongnai เข้าไปบุกตลาดและมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ จนเป็นกรณีศึกษาที่ต้องเก็บมาเล่าให้ฟัง คือ จังหวัดนครพนม ทำไมจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมการสั่งอาหารของผู้บริโภคเป็นอย่างไร ตามมาฟังมุมมอง พร้อมทั้งความท้าทายและกลยุทธ์การเจาะตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่เมืองรองของ LINE MAN Wongnai นับจากนี้ไปพร้อมกัน

นครพนม เมืองรองดาวรุ่งริมโขง

นครพนม เป็นเมืองเล็กๆ ริมฝั่งโขง อยู่ขอบสุดทางภาคอีสาน มีประชากรเพียง 7- 8 แสนคน ทำให้ในอดีต คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม บอกว่า ผู้คนจึงไม่ค่อยเดินทางมาท่องเที่ยวมากนัก เป็นแค่เมืองผ่านเท่านั้น แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวนครพนมกันมากขึ้น จากปี 2563 มีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.2 ล้านคน เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน ในปี 2566 และในปี 2567 นักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.2 ล้านคน โดย 80% เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย และ 20% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม

“10 ปีที่แล้วคนเดินทางเข้ามากราบไหว้พระธาตุพนมและขอพรพญาศรีสัตตนาคราช พญานาคแลนด์มาร์กริมน้ำโขง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานครพนมก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดย 80% เป็นนักท่องเที่ยวสายมู ส่วนอีก 20% มาพักผ่อนจากเสน่ห์ของริมฝั่งโขงที่งดงามกว่า 100 กิโลเมตร”

คุณชนนท์ บอกถึงจุดเปลี่ยน ประกอบกับจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่มีชายแดนติด สปป.ลาว และเวียดนาม ทั้งยังมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จึงเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีน และส่งผลให้เศรษฐกิจของนครพนมขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยสร้างมูลค่าการค้าชายแดนสูงกว่า 120,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 49 ของประเทศ คิดเป็นมูลค่าราว 2,500 ล้านบาท จึงทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลาดฟู้ด เดลิเวอรี่ “เมืองรอง” โตแรง ลุยขยายพื้นที่เพิ่ม

เมื่อมองมาที่ตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในต่างจังหวัด คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai บอกว่า ภาพรวมยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอีสานมียอดออเดอร์โตมากกว่า 10% แต่บางจังหวัดโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคอีสาน เช่น นครพนม แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคอีสาน โดยมูลค่าการสั่งซื้อรวม (GMV) สูงถึง 16% (เฉลี่ยภาคอีสาน 14%) ขณะที่จำนวนผู้ใช้เติบโต 11% (เฉลี่ยภาคอีสาน 5%) และจำนวนออเดอร์เติบโต 12% (เฉลี่ยภาคอีสาน 10%) ซึ่งเป็นผลมาจากการท่องเที่ยว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หันมาใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะสะดวกสบาย

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai

โดยเมนูอาหารยอดนิยมในนครพนมยังคงเป็น “ส้มตำ” โดยเมนูส้มตำมาแรงอันดับ 1 คือ ตำป่า ตามด้วยตำปูปลาร้า ส่วนเครื่องดื่มยอดฮิตคือ แบล็คคอฟฟี่ มัทฉะ ชาไทย และช็อกโกแลต ส่วนร้านยอดนิยม 5 อันดับบน LINE MAN ได้แก่ ร้านไก่จ๋า, ร้านส้มตำใบเตย ตำแซ่บ, ครัวโพธิ์ศรี, ตำตุ๊ปุ๊ และร้านโปรด

ขณะเดียวกัน จากข้อมูลยังพบว่า เมืองรองหลายแห่งในภาคอีสานยังเติบโตดีมาก เช่น สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร LINE MAN Wongnai จึงมีแผนขยายการให้บริการไปยังเมืองรอง ที่ไม่ใช่อำเภอเมืองเพิ่มขึ้น โดยตอนนี้มีพื้นที่ให้บริการกว่า 300 อำเภอแล้วจากที่มีทั้งหมด 800 อำเภอ โดยปัจจัยในการเลือกพื้นที่เมืองรองระดับอำเภอที่จะเข้าไปบุกตลาดนั้น คุณอิสริยะ บอกว่า หลักๆ พิจารณาใน 3 เรื่องคือ กำลังซื้อ, จำนวนประชากร และจำนวนไรเดอร์

“การทำตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ในต่างจังหวัดมีความท้าทายกว่าในหัวเมืองใหญ่ เพราะความหนาแน่นของร้านอาหารและจำนวนไรเดอร์น้อยกว่า โดยเฉพาะอำเภอเล็กๆ หลายแห่งไรเดอร์ไม่พอ จึงต้องออกแคมเปญหรือโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดคนให้มาเป็นไรเดอร์มากขึ้น พร้อมกับต้องส่งทีมมาสำรวจพื้นที่ก่อนจะลงไปให้บริการในเมืองไหน” คุณอิสริยะ บอกถึงความท้าทาย

ตัวเชื่อมแบรนด์-ลูกค้า เพิ่มรายได้ไรเดอร์

หนึ่งในคาเฟ่ท้องถิ่นของนครพนมอย่างร้าน Chewa Café By SK Sroikham โดยคุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของร้าน บอกว่า เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา คาเฟ่ในนครพนมมีเพียง 10-15 แห่งเท่านั้น แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง ส่วนร้านอาหารมีการเติบโต 3-4 เท่า จากช่วงก่อนโควิด ขณะที่โรงแรม จากเดิมมีแค่ 3 แห่ง แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 80 แห่งแล้ว ตามการเติบโตของเมืองและปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น

คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของร้าน Chewa Cafe By SK Sroikham

สำหรับ Chewa Café By SK Sroikham เป็นคาเฟ่ที่เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นของนครพนมอย่าง “กาละแม” และผลไม้ท้องถิ่นมาต่อยอดพัฒนาเป็นเมนูพิเศษ จึงสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดคนให้เข้ามาชิมอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาเฟ่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันขยายแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 2 แบรนด์ คือ SK Sroikham เน้นกลุ่มโลคอล และชมนคร คาเฟ่ เน้นกลุ่มครอบครัว ขณะที่รายได้จากช่องทางเดลิเวอรี่มีสัดส่วนถึง 20%

“การขายเดลิเวอรี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือช่องทางที่ทำให้แบรนด์เชื่อมโยงกับลูกค้า และรักษาลูกค้าประจำได้ เพราะถึงลูกค้าชอบมากินร้านเรา แต่เขาไม่ได้มาหาเราทุกวัน การสั่งเดลิเวอรี่จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ลูกค้า Keep in Touch กับแบรนด์ได้ตลอดเวลา”

โดยในอนาคต คุณวิศรุต มีแผนจะขยายสาขาในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น โดยรูปแบบจะเป็น Pop Up ก่อน คาดได้เห็นประมาณต้นปีหน้า โดยจะนำแบรนด์ SK Sroikham ไปบุกตลาด

นอกจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่จะช่วยขับเคลื่อนให้คาเฟ่ ร้านอาหาร และโรงแรมเติบโตเพิ่มขึ้นแล้ว ไรเดอร์ในท้องถิ่นก็มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย คุณอิสริยะ บอกว่า รายได้ต่อวันในภาคอีสานอยู่ที่ 480 บาท และบางไรเดอร์ที่มีความเข้าใจเครื่องมือและใช้อย่างถูกต้องมีรายได้สูงถึง 3,500 บาทต่อวันทีเดียว

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like