Easy Money เปิดตัวเลขการเติบโตหลังปรับทัพสู่แนวคิดใหม่ Asset-Backed Financing สะท้อนภาพการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุนด้วยการ “กู้ยืมจากทรัพย์สินของตัวเอง” พร้อมเผยตัวเลขพอร์ตสินเชื่อคงค้างแตะ 27,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเจาะผู้ประกอบการ-สตาร์ทอัพ-ฟรีแลนซ์
สำหรับที่มาของการประกาศวิสัยทัศน์ครั้งนี้ คุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร อีซีมันนี่ กรุ๊ป เผยว่า ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็นทางออกฉุกเฉิน มาสู่การเป็นประตูสู่โอกาสด้วยการทำหน้าที่เป็น Bridging Loan หรือสินเชื่อระยะสั้น ที่ช่วยให้ผู้คนคว้าโอกาสได้ทันที โดยไม่ต้องเสียความเป็นเจ้าของธุรกิจ พร้อมกันนั้น คุณสิทธิวิชญ์ ยังเผยภาพในอดีตด้วยว่า อุตสาหกรรมดังกล่าวมี Pain Point ต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญหลายด้าน เช่น
- ความรู้สึกของลูกค้าที่หลายคนจะรู้สึกไม่สบายใจในการเดินเข้าโรงรับจำนำ
- สภาพภายในโรงรับจำนำที่อาจเป็นพื้นที่ปิด ทำให้รู้สึกไม่โปร่งใส
- การตีราคาที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเจ้าของโรงรับจำนำอาจไม่มีความเชี่ยวชาญในสินทรัพย์ที่ลูกค้านำไปจำนำ หรือไม่ทราบจะนำไปขายอย่างไร
- ไม่มีความรู้ หรือไม่สามารถรักษาทรัพย์นั้นได้ และอาจทำให้ทรัพย์ของลูกค้าเสียหาย เช่น การเก็บรักษาเพชรที่ไม่ดีพอ เป็นต้น
- การพิสูจน์ทรัพย์ที่อาจทำให้ทรัพย์สินของลูกค้าเสียหาย เช่น ทองคำ ที่โรงรับจำนำบางแห่งนำมีดไปจิ้ม เพื่อพิสูจน์ว่า เป็นทองคำจริง
- ความเสี่ยงในการรับซื้อของโจร เช่น โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกขโมยมา
สำหรับการแก้ Pain Point เหล่านี้ คุณสิทธิวิชญ์เผยว่า ที่ผ่านมาได้ปรับเปลี่ยนการออกแบบร้านให้โปร่งใสด้วยการติดกระจก, การบริการจากพนักงานที่ให้เกียรติลูกค้า, มีระบบตรวจสอบคุณภาพของสินทรัพย์ที่นำไปจำนำ, มีระบบการเก็บรักษาทรัพย์ของลูกค้าที่ชัดเจน ตรวจสอบได้, มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ที่นำสินทรัพย์ไปจำนำ, มีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นสินทรัพย์ที่ถูกขโมยมาหรือไม่ ตลอดจนมีแอปพลิเคชัน Easy Smart สำหรับแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบว่าใกล้จะถึงเวลาต้องเข้าไปไถ่ถอนทรัพย์แล้วหรือไม่ เป็นต้น
จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ผู้บริหาร Easy Money เผยว่า ผลประกอบ 10 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้ 11,997 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,188 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.68% และ 43.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ และบริษัทยังได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจาก 3 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารออมสิน และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รวมมูลค่า 3,000 ล้านบาทด้วย

(ซ้าย) คุณสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ตั้งธนสิน จำกัด และคุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร อีซีมันนี่ กรุ๊ป
ส่องพฤติกรรมคนไทยผ่านธุรกิจรับจำนำ
ด้าน คุณสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ตั้งธนสิน จำกัด กล่าวเสริมถึง พฤติกรรมของคนไทยที่น่าสนใจในการใช้บริการของ Easy Money ว่ามีหลายด้าน เช่น ความหลากหลายของกลุ่มผู้ใช้งานที่มีตั้งแต่คนทั่วไป เกษตรกร ผู้รับเหมา ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีทรัพย์สินอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ
“เราพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่มี Finance Literacy เห็นได้จากสถิติของสินทรัพย์ที่หลุดจำนำของ Easy Money มีแค่ 4% เท่านั้น โดยลูกค้าของเรามีการลงทุนซื้อทอง ซื้อแหวน ซื้อนาฬิกา ฯลฯ เขาสะสมความมั่งคั่งในแบบของตัวเอง” คุณสุธี กล่าว
ปัจจุบัน Easy Money มีผู้ใช้งานประมาณ 700,000 ราย ส่วนจำนวนสาขามีทั้งสิ้น 98 แห่ง ใน 33 จังหวัด โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล, เชียงใหม่, ลำปาง, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา, ชลบุรี, เพชรบุรี, กระบี่ เป็นต้น
เปิด 5 สินทรัพย์ที่คนมาจำนำสูงสุด
ทางผู้บริหารของ Easy Money ยังได้เปิดเผยรายการสินทรัพย์ที่มีผู้นำมาจำนำสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
- ทองคำ
- เพชร
- นาฬิกา
- พระเครื่อง
- สินค้าแบรนด์เนม
พร้อมกันนี้ได้มีการเผยถึงอินไซท์น่าสนใจเกี่ยวกับการจำนำของคนรุ่นใหม่ด้วย เช่น การนำทองคำมาจำนำเพื่อนำเงินไปลงทุนคริปโต หรือสตาร์ทอัปที่นำสินทรัพย์มาจำนำเพื่อนำเงินไปขยายกิจการเลี้ยงปลา เป็นต้น
คุณสิทธิวิชญ์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า “ประเด็นสำคัญที่ Easy Money พยายามสื่อสารคือการสร้างความเข้าใจใหม่ว่า การใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Financing) ไม่ใช่การ ‘ก่อหนี้ใหม่’ แต่คือการกู้ยืมจากสินทรัพย์ของตัวเอง ลูกค้ากำลังใช้สิทธิ์ในสิ่งที่เขามี มันจึงปลอดภัยกว่า มีต้นทุนการเงินที่สมเหตุสมผลกว่า” พร้อมระบุว่า เป้าหมายในอนาคตของ Easy Money คือการเป็น Financial Solution ครบวงจร และสามารถตอบโจทย์คนไทยได้ทุกมิตินั่นเอง




