
หลักสูตร “Green Tech Leadership” ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และพัฒนาศักยภาพของผู้นําจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคท้องถิ่น ให้สามารถนําพาองค์กรของตนสู่การเป็น “องค์กรสีเขียว” ที่มีมาตรฐานและศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก
หลักสูตรนี้เน้นการเรียนรู้เชิงลึกผ่านกระบวนการผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากแวดวงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ รวมถึงการจัดศึกษาดูงานในองค์กรต้นแบบระดับประเทศและระดับสากล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจและวิเคราะห์ระบบการดําเนินงานจริง พร้อมนํากลับไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หลักสูตรยังมุ่งหวังให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างผู้นําจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงระบบในระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศ รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และพันธกิจด้าน Net Zero Emission ของประเทศไทย
โดยสรุป หลักสูตร Green Tech Leadership เป็นเสมือน “ตัวเร่ง” (Catalyst) ที่จะช่วยสร้างผู้นํา ซึ่งสามารถประสานพลังของวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน เข้าด้วยกันได้อย่างสมดุล พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างมั่นคง
สถานที่ดำเนินการศึกษาอบรม
โรงแรม The Zign Pattaya จังหวัดชลบุรี ตลอดจนสถานที่อื่น รวมทั้ง สถานที่ศึกษาดูงานตามที่หลักสูตรกำหนด
ระยะเวลาการศึกษาอบรม
วันที่ 16 มกราคม 2569 – 16 พฤษภาคม 2569 กำหนดการศึกษาอบรมสัปดาห์บละ 1 วัน ทุกวันศุกร์ เวลา 9.30 – 16.30 น. หรือ เวลาที่หลักสูตรกำหนด
จำนวนผู้เข้ารับการศึกษาอบรม
จำนวนผู้เข้ารับการศึกษาอบรมไม่เกิน 120 คน
คุณสมบัติของผู้เข้ารับการศึกษาอบรม
ผู้สมัครเข้ารับการศึกษาอบรมต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้
1. เจ้าของธุรกิจ ทายาทเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการ ผู้บริหารสูงสุด รองผู้บริหารสูงสุด ที่มีทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือรายได้มากกว่า 30 ล้านบาทต่อปี
2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
3. กรรมการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานของหน่วยงานดังกล่าวซึ่งดํารงตําแหน่งผู้บริหารสูงสุด รองผู้บริหารสูงสุด หรือผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุด หรือเทียบเท่า
4. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรพัฒนาเอกชน (องค์กรทางสังคมที่ไม่แสวงหากําไร) หรือองค์กรทางสังคม (Social Enterprise)
5. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกหรือรองนายกเมืองพัทยา นายกหรือ รองนายกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น และ ข้าราชการ/ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
6. ข้าราชการศาลยุติธรรม ตั้งแต่ตําแหน่ง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น (ชั้น 4) ขึ้นไป หรือเทียบเท่า ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ตั้งแต่ตําแหน่ง รองอธิบดีศาลปกครองกลาง หรือภูมิภาค ขึ้นไป หรือเทียบเท่า ข้าราชการ อัยการ ซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่ระดับรองอธิบดีอัยการฝ่าย (ชั้น 6) ขึ้นไป หรือ เทียบเท่า
7. ข้าราชการ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู และบุคลากรทาง การศึกษาซึ่งดํารงตําแหน่ง ประเภทบริหารระดับต้น ผู้ดํารงตําแหน่งประเภท อํานวยการระดับสูง หรือผู้ดํารงตําแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้น ไป ข้าราชการรัฐสภาสามัญ หรือข้าราชการประเภทอื่น ๆ ซึ่งดํารงตําแหน่ง เทียบเท่า ข้าราชการพลเรือนดังกล่าวข้างต้น ข้าราชการพลเรือน หรือ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ที่มีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ ภาคอุตสาหกรรม
8. เจ้าหน้าที่ พนักงานของรัฐ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์การมหาชน ต้องดํารงตําแหน่งระดับเดียวกับข้าราชการพลเรือน ตามข้อ 7 หรือพนักงาน รัฐวิสาหกิจต้องดํารงตําแหน่ง ระดับ 11 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า
9. นายทหารหรือนายตํารวจที่มีชั้นยศอัตราเงินเดือน พันเอก (พิเศษ) นาวาเอก (พิเศษ) นาวาอากาศเอก (พิเศษ) หรือพันตํารวจเอก (พิเศษ) ขึ้นไป
10. เป็นบุคลากรที่คณะกรรมการหลักสูตรมีมติเห็นสมควรให้เข้ารับการศึกษา อบรม เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ ต่ออหน่วยงาน/ ภาคอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต
11. ต้องสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่าตามที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม หรือสํานักงาน ก.พ. รับรอง
12. เป็นผู้ที่มีความตั้งใจเข้ารับการศึกษาอบรม ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกําหนดของหลักสูตรได้
13. ต้องสามารถเข้ารับการปฐมนิเทศหลักสูตร และเข้ารับการศึกษาอบรมและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องตลอดหลักสูตร
14. ต้องเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงสามารถเดินทางไปศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ตามที่หลักสูตรกําหนด
15. เป็นผู้ได้รับความยินยอมให้เข้ารับการศึกษาอบรมตามสายการบังคับบัญชาจากหัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ (กรณีที่ผู้สมัครที่มิได้ดํารงตําแหน่ง สูงสุดขององค์กร)
16. เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์และทัศนคติที่ดี และจะไม่ทําการใด ๆ อันนํามาซึ่งความเสื่อมเสียหรือเสียหายต่อหลักสูตร
17. มีอายุไม่ต่ํากว่า 35 ปี ในวันยื่นใบสมัคร
วิธีการรับสมัครผู้เข้ารับการศึกษาอบรม
1. ผู้สมัครเข้ารับการศึกษาอบรมจะต้องยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครตามแบบที่สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูงกำหนด ดังนี้
1.1 ภาครัฐ
(1) กรณีผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ต้องแนบหนังสือรับรองตนเอง พร้อมหลักฐานยืนยันคุณสมบัติ เช่น สำเนาหลักฐานการดำรงตำแหน่ง หรือสำเนาบัตรประจำตัวที่ราชการออกให้รับรองตน (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) เป็นต้น
(2) กรณีผู้ที่เป็นข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ต้องแนบหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด/ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร พร้อมหลักฐานการดำรงตำแหน่ง/หนังสือคำสั่งแต่งตั้ง หรือหนังสือแสดงตนจากส่วนราชการต้นสังกัด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
1.2 ภาคเอกชน
(1) กรณีผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของภาคเอกชน ต้องแนบหนังสือรับรองตนเอง พร้อมหลักฐานหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือจากต้นสังกัด (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
(2) กรณีผู้ที่ไม่เป็นเจ้าของกิจการ ต้องแนบหนังสือรับรองตำแหน่งจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรต้นสังกัด
2. ผู้สมัครเข้ารับการศึกษาอบรมสามารถยื่นใบสมัครผ่าน form โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ทุกประการ
กำหนดเวลารับสมัครเข้ารับการศึกษาอบรม
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 – วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568

