HomeBig Featured9 เดือน ขายได้ 100 ล้าน..เปิดกลยุทธ์ YOLK ทาร์ตไข่เจ้าดัง ของ “อิน-สาริน” จากปรากฏการณ์คิวยาว สู่เป้าหมายใหม่ “ของฝากจากเมืองกรุง”

9 เดือน ขายได้ 100 ล้าน..เปิดกลยุทธ์ YOLK ทาร์ตไข่เจ้าดัง ของ “อิน-สาริน” จากปรากฏการณ์คิวยาว สู่เป้าหมายใหม่ “ของฝากจากเมืองกรุง”

แชร์ :

สร้างปรากฏการณ์ทะลุ 100 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 9 เดือน ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6 แห่ง พร้อมตั้งเป้าทะยานยอดขายสู่ 200 ล้านบาทในสิ้นปี 2568  นี่คือตัวเลขการเติบโตของ  YOLK (โยล์ค)  แบรนด์ทาร์ตไข่กล่องส้มที่เคยเป็นกระแสไวรัล ที่กำลังพิสูจน์ตัวเองไปอีกขั้นในฐานะธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่กระแส ด้วยกลยุทธ์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ล่าสุดประกาศภารกิจใหม่ ปักธงสู่การเป็น “ของฝากจากกรุงเทพ” ที่ทุกคนต้องหิ้ว พร้อมเผยแผนใหญ่ปีหน้าที่จะเสิร์ฟทั้งในร้านสะดวกซื้อ และบนเครื่องบิน

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดขนมหวานที่มีทั้งแบรนด์ไทย-ต่างชาติ ผู้เล่นตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงพี่ใหญ่ร้านขนมหวานเมืองไทยที่กรำศึกกันมานาน หลายแบรนด์มาไวไปไวหลายแบรนด์ยังคงยืนระยะทำตลาดได้จนมีแฟนประจำ  YOLK (โยล์ค) ร้านทาร์ตไข่ที่สร้างปรากฏการณ์ต่อคิวซื้อยาวเหยียดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว

จากจุดเริ่มต้นของ YOLK (โยล์ค) เมื่อปลายปี 2567 ท่ามกลางการแข่งขันของแบรนด์ขนมหวานเมืองไทยที่ร้อนแรง YOLK สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นแบรนด์แถวหน้า แต่เมื่อเทรนด์เริ่มซาลง คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้แบรนด์ยืนระยะได้ยาวนาน คำตอบล่าสุดคือการพัฒนาแบรนด์ในแง่แมุมต่างๆ ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่รอบด้าน ในการสร้างความยั่งยืน

 

ภาพจาก FB : YOLK Thailand

 

คุณอิน-สาริน รณเกียรติ Marketing Director & Co-Founder ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ร่ำรวยที่สุด จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เป็น Year of Expansion ของแบรนด์คือผมได้รับโจทย์มาจากพี่ไท้ (คุณ ไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ Managing Director & Co-Founder) ว่าเราต้องขยายสาขาให้ครบ 10 สาขาในส้ินปีนี้  ก็เลยต้องคิดกลยุทธ์อีกหนึ่งอันมาควบคู่กันเพราะการจะขยายสาขาก็จำเป็นต้องขยายฐานลูกค้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิด Branch Dilution ซึ่งนั่นแปลว่าที่สาขาเพิ่มขึ้นก็ยังมีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์หลักของปีนี้คือการ Collaboration ในการแลกเปลี่ยนแฟนเบสของแบรนด์แต่ละแบรนด์ได้อย่างกว้างที่สุด

 

ผนึก 4 แบรนด์ไทย สร้าง “Fighting Project” สู้ศึกตลาดโลก

จากแผนงานข้างต้นนำไปสู่การเปิดตัวแคมเปญฟอร์มยักษ์ “Proudly Made in Thailand” ที่ไม่ใช่แค่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการประกาศจุดยืนครั้งสำคัญที่ YOLK ต้องการประกาศให้ตลาดรู้ว่า ถึงเวลาของแบรนด์ที่ต้องขยับมากขึ้น โดย YOLK ได้จับมือกับอีก 4 แบรนด์ไทยชื่อดัง ได้แก่อ้กะจู๋, แก้ว Boutique, Songwat Coffee Roaster และ  JIANCHA  รังสรรค์ทาร์ตไข่ 4 รสชาติพิเศษ ซึ่งเป็นการรวมจุดแข็งของแต่ละแบรนด์เข้าด้วยกันผ่านผลิตภัณฑ์เดียว ทั้งในเชิงรสชาติ การออกแบบ และประสบการณ์ หน้าร้าน ถือเป็นการใช้โมเดล collaboration marketing ที่ชูทั้งศักยภาพของแบรนด์ไทยและแนวคิด “Local Goes Global”  “แบรนด์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” เพื่อเติบโตขยายพลังแบรนด์ไทยในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

คุณสาริน ยังบอกอีกว่า การทำคอลแลปครั้งนี้เพื่อเป็น Expand Consumer Base ให้เกิดการเแลกเปลี่ยนกันของฐานลูกค้าซึ่งกันและกัน เพื่อเจาะจับทาร์เก็ตที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่กลุ่ม Niche ,Foodies อย่างเช่น ทรงวาดคอฟฟี่โรสเตอร์ กลุ่ม mass  เจาะมหาชนอย่างเช่น โอ้กะจู๋ หรือว่าทำเล CBD กลุ่มออฟฟิศก็จะชอบแก้ว Boutique ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะ Stand for คนละกลุ่ม

 

อิน-สาริน รณเกียรติ

 

“โปรเจกต์นี้เป็นเหมือน Fighting Project ที่เราอยากชวนคนไทยหันมามองว่าแบรนด์ไทยมีดี และเราต้องซัพพอร์ตกันเอง นอกจากนี้เราอยากยกระดับแบรนด์ไทยให้เป็นเหมือนที่เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วต้องไปเช็คอินที่ร้านของเขา”

 

สำหรับทาร์ตไข่ทั้ง 4 รสชาติจะทยอยเปิดตัวทุกวันจันทร์ เริ่ม 18 สิงหาคม–31 ตุลาคมนี้ ที่ร้าน YOLK ที่มีอยู่ 6 สาขาในกรุงเทพฯ เพื่อให้ทุกเมนูได้รับ การสื่อสารอย่างชัดเจนและสร้างกระแสต่อเนื่องในแต่ละสัปดาห์ ทุกองค์ประกอบของโปรเจกต์นี้ได้รับการออกแบบใหม่หมด ดีไซน์ใหม่ กล่องใหม่ ร้านก็ใหม่ สร้างประสบการณ์ภายใต้ธีม “Proudly, Made in Thailand” บรรจุภัณฑ์ Limited Edition ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ถุงรุ้ง”  สัญลักษณ์ของความเป็นไทยแบบเรียบง่ายแต่ร่วมสมัย ไปจนถึงการตกแต่งหน้าร้านที่ตกแต่งใหม่ทั้งหมด ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงความภาคภูมิใจในแบรนด์ไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะมียอดขายทะลุ 2 แสนชิ้นในช่วงแคมเปญนี้ จากปัจจุบันที่ขายได้กว่า 1 แสนชิ้น

 

 

เสริมแกร่งแบรนด์ สู่เป้าหมาย “แบรนด์ไทย”ของฝากจากเมืองกรุงฯ ที่ทุกคนอยากหิ้วกลับบ้าน

เป้าหมายของ Collab ครั้งนี้เไม่ใช่เรื่องยอดขายหากแต่ต้องการสร้างแบรนด์ หรือเรื่องของ Branding คือโจทย์หลักที่ต้องการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ระยะยาว พร้อมต่อยอดไปยัง “ของฝากจากเมืองกรุง” ที่ทุกคนจะต้องหิ้วกลับบ้านไปเป็นของฝาก จากภาพที่คุ้นตาของนักท่องเที่ยวและคนไทยที่หิ้วกล่องสีส้มของ YOLK ในสนามบิน คือสิ่งที่จุดประกายเป้าหมายต่อไปของแบรนด์ นั่นคือการเป็น “ของฝากประจำชาติ” ที่ต้องซื้อกลับไปทุกครั้ง

“เรามองไปที่สนามบินเราเห็นคนหิ้วกล่องของเราสีส้ม เราก็มีแนวคิดว่าทำไม เราจะเป็นของฝากที่คนจากกรุงเทพหิ้วกลับบ้านไม่ได้ เช่นเดียวกันกับ Krispy Kreme หรือแบรนด์ไทยอย่างหมี่ไก่ฉีก EMILY’s ฯลฯ” คุณอินกล่าว

สำหรับแผนในปีหน้า YOLK เตรียมขยายอาณาจักรไปอีกขั้น ด้วยโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นมากมาย:

  • คอลแลปส์กับแบรนด์แฟชั่น: ยกระดับแบรนด์สู่ไลฟ์สไตล์มากขึ้น
  • YOLK On Tour: เดินสายป๊อปอัพไปทั่วประเทศ เพื่อทดลองตลาดต่างจังหวัด
  • เสิร์ฟบนฟ้า และ ในร้านสะดวกซื้อ: ด้วยการขยายช่องทางเสิร์ฟบนเครื่องบิน ตลอดจนขยายช่องทางการเข้าถึงให้ง่ายยิ่งขึ้น
  • เปิดตัวแบรนด์ใหม่: เตรียมรุกตลาด “ของคาว” ภายใต้อาณาจักรเดียวกัน

 

 

อย่างไรก็ตามแม้กระแสทาร์ตไข่จะ “เบาลงไปบ้าง” แต่สิ่งที่ทำให้ YOLK ยังคงเติบโตคือการรักษามาตรฐานที่ไม่ยอมลดละ และการเป็น “Trendsetter” มากกว่า “Trend Follower”  “ร้านดังไม่ยากเท่าร้านที่ยืนระยะได้ยาวนาน” คุณสารินกล่าวถึงหัวใจสำคัญของความสำเร็จ นั้นทำให้ YOLK เริ่มสร้าง Branding ระยะยาวในตลาดมากขึ้น โดยกลยุทธ์ทั้งหมดจะเข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งประกอบด้วย

  1. ความสดใหม่ขั้นสุด: YOLK เป็นแบรนด์เดียวที่ยืนยันว่า “อบขนมสดทุก 22 นาที” ที่หน้าร้าน ทำให้ลูกค้าได้ทานทาร์ตไข่ที่ร้อนและอร่อยที่สุดเสมอ
  2. มาตรฐานที่ไม่เปลี่ยนแปลง: พนักงานทุกคนถูกเทรนให้เป็น “เบเกอร์” ไม่ใช่แค่คนขาย ทำให้ทาร์ตไข่ทุกชิ้นมีคุณภาพเหมือนกัน ไม่ว่าจะซื้อจากสาขาไหนหรือเป็นชิ้นที่เท่าไหร่ของวัน
  3. การสร้างเทรนด์ใหม่: YOLK ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ทำให้แบรนด์มีความสดใหม่เสมอ และกลายเป็นผู้นำที่แบรนด์อื่นต้องจับตามอง

 

“พอพูดถึงประเทศไทยทั่วโลกรู้จักอาหารวัฒนธรรมไทยอย่างดี แต่เราอยากจะ Introduce แล้วก็ Elevate แบรนด์ไทยด้วย คือเหมือนเวลาไปเที่ยวเกาหลี เที่ยวญี่ปุ่น คือไปเพราะอยากไป เพราะมีแบรนด์ ดังๆ อยากไปแวะ ช้อปปิ้งร้านต่างๆ เช่นเดียวกัน เราก็อยากให้คนมาประเทศไทย ไม่ใช่แค่เที่ยววัด หรือว่ามากินอาหารไทย แต่จริงๆ แล้วมีลิสต์ของแบรนด์ไทยที่คุณต้องมาเช็คอินได้เหมือนกัน”

 

ทั้งหมดคือการเดินทางของ YOLK (โยล์ค)   ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าแบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแสเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การรักษาคุณภาพอย่างเข้มข้น และความกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังผลักดันให้ YOLK ไม่ได้เป็นแค่ร้านทาร์ตไข่ แต่กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์ไทยบนเวทีโลก


แชร์ :

You may also like