HomeDigitalก้าวต่อไป Canon เดินหน้าสู่ Solution Provider รับมือโลก Hybrid Work และการพิมพ์ที่ลดลง

ก้าวต่อไป Canon เดินหน้าสู่ Solution Provider รับมือโลก Hybrid Work และการพิมพ์ที่ลดลง

แชร์ :

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนี้ ทุกธุรกิจต่างเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายและเข้ามาได้จากทุกทิศทาง รวมถึงธุรกิจการพิมพ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีเครื่องพรินเตอร์เป็นตัวชูโรงด้านยอดขาย แต่ในวันนี้พบว่า นอกจากเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการเรียกร้องให้ภาคธุรกิจเดินหน้าเข้าสู่การเป็น Paperless Business พวกเขายังต้องปรับตัวให้เข้ากับการทำงานของโลกยุคไฮบริดที่คนเข้าทำงานในออฟฟิศน้อยลง รวมถึงภัยด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มากขึ้นด้วย

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

หนึ่งในบริษัทที่ออกมาเผยถึงทิศทาง และกลยุทธ์ของธุรกิจการพิมพ์ในวันนี้ก็คือ แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ที่เผยว่า บริษัทได้มีการปรับตัวรับกับความท้าทายต่าง ๆ นี้แล้วเช่นกัน นั่นคือ การสร้างเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง ที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น เพื่อลดโอกาสการถูกโจมตีจากภัยไซเบอร์ รวมถึงมีการพัฒนานำวัสดุรีไซเคิลมาปรับใช้กับกระบวนการผลิตเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม

ผู้ที่ออกมาเปิดเผยถึงกลยุทธ์ดังกล่าวก็คือคุณมาโกโตะ นากามูระ ประธานบริษัท แคนนอน ปราจีนบุรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CPT ในฐานะผู้กุมบังเหียนหนึ่งใน 3 ฐานการผลิตเครื่องพรินเตอร์ของ Canon ทั่วโลก (ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องพรินเตอร์ของ Canon รองจากจีนที่เน้นผลิตเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ และญี่ปุ่นที่นอกจากมีการผลิตแล้วยังเป็นหน่วยวิจัยและพัฒนาด้วย) โดยคุณมาโกโตะกล่าวว่า ด้วยความสามารถในการผลิตของ CPT ทำให้ Canon เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันได้มากมายหลายรุ่น รวมถึงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง imageFORCE Series (ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก 100%) อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีระดับโลกด้วย

คุณมาโกโตะ นากามูระ ประธานบริษัท แคนนอน ปราจีนบุรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CPT

“โรงงานแคนนอนปราจีนบุรีมีการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยและใช้วัสดุรีไซเคิลกว่า 30% นอกจากนี้เรายังคงยึดหลักความละเอียดและแม่นยำในการผลิตควบคู่กับการดูแลพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ปัจจุบัน โรงงานแคนนอนปราจีนบุรี ในประเทศไทยผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน รุ่น imageRUNNER และ imageRUNNER Advance DX ทั้งหมด 20 รุ่น และกำลังผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ในกลุ่ม imageFORCE Series ใหม่เพิ่มเติมอีก 9 รุ่นภายในปี 2568”

ส่งออก 100% เจาะ 5 ตลาดสำคัญ

ทั้งนี้ การให้ความสำคัญกับฟังก์ชันของเครื่องพรินเตอร์ที่ต้องเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ส่วนหนึ่งมาจาก “ตลาด” ที่ CPT ส่งออกพรินเตอร์ไปจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีทั้งสิ้น 5 ตลาด ได้แก่ อเมริกา 24%, สหภาพยุโรป 32%, เอเชีย 19% , ญี่ปุ่น 17% และโอเชียเนีย 5% ซึ่งจากตัวเลขนี้ พบว่า ตลาดอเมริกาและยุโรปนั้น ครองส่วนแบ่งของพรินเตอร์ที่ CPT ผลิตไว้มากกว่า 50% เลยทีเดียว และปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองตลาดที่กล่าวมา อาจเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีโดยอาชญากรไซเบอร์มากพอสมควร

การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นในตัวเครื่องพรินเตอร์ จึงเกิดขึ้นตามมา โดยคุณพงศกร กรอบสนิท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชัน บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ยกตัวอย่างหนึ่งในฟีเจอร์ที่อยู่ในพรินเตอร์ของ Canon ว่า เป็นการนำ AI มาใช้ประเมินความปลอดภัยของระบบอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีที่ฝ่ายไอทีขององค์กรมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของเราเตอร์ ฯลฯ เครื่องพิมพ์ของ Canon จะสามารถแนะนำการตั้งค่าพรินเตอร์ที่เหมาะสมกับระบบเน็ตเวิร์กใหม่ได้

คุณพงศกร กรอบสนิท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชัน บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด

หรือการรักษาความปลอดภัยให้กับไฟล์ในเครื่องพรินเตอร์ ด้วยการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกอย่าง Google Drive, Dropbox, OneDrive รวมถึงเชื่อมต่อกับ Microsoft Teams, SharePoint Online ฯลฯ ได้ด้วย

ปรับใช้วัสดุรีไซเคิล 30% รับมือองค์กรเน้นความยั่งยืน

อีกหนึ่งเทรนด์ที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องการนำวัสดุรีไซเคิลมาปรับใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งคุณพงศกรได้อ้างอิงรายงาน Quocirca: Print Industry Trends 2025 ที่ระบุว่า กว่า 69% ของลูกค้าคาดหวังให้ซัพพลายเออร์หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจช่วยกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัจจุบัน มีการใช้วัสดุรีไซเคิลแล้วกว่า 30% ในการผลิตที่โรงงานในประเทศไทย

เปิดส่วนแบ่งการตลาด 28%

ทั้งนี้ ทาง แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ได้มีการเปิดเผยส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท ได้แก่

  • ส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ในกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสารขาวดำ อยู่ที่ 28% และกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสารสีที่มีตัวเลขเหนือกว่า 20% ( Canon คาดว่า ในปี 2568 เครื่องถ่ายเอกสารสีจะมียอดจำหน่ายสูงถึง 25,000 เครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 127%)

ขณะที่ มาตรการภาษีตอบโต้ 19% จากสหรัฐอเมริกาอาจเป็นความท้าทายใหม่ของหลายอุตสาหกรรมไทยในขณะนี้ แต่อาจไม่ใช่สำหรับ CPT (ที่ต้องส่งออก 100% และมีอเมริกาเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่) โดยคุณมาโกโตะ กล่าวว่า สิ่งที่บริษัทเผชิญไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ ในยุคที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งครั้งแรก ก็เคยมีมาตรการต่าง ๆ กับประเทศคู่ค้าให้ต้องรับมือมาแล้วมากมายเช่นกัน และหนทางในการรับมือกับความท้าทายใน พ.ศ.นี้ ก็คือการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

จากธุรกิจพรินเตอร์ – ปรับสู่ Solution Provider

สำหรับการเดินหน้าเข้าสู่โลกที่มีการพิมพ์ลดลง สิ่งที่ Canon วางเป้าหมายเอาไว้ก็คือการไม่ขายแค่เครื่องถ่ายเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่จะทรานสฟอร์มตัวเองเป็น Solution Provider ร่วมด้วย โดยคุณฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงปลอดภัย และการเชื่อมต่อออนไลน์ ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในธุรกิจทุกประเภท เราจึงได้พัฒนาพรินเตอร์ imageFORCE Series เพื่อช่วยสนับสนุนงานพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยกลยุทธ์ของส่วนงานแคนนอน บิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชั่น (Business Imaging Solution) ก็คือการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ผ่านโซลูชันด้านการพิมพ์ การจัดการเอกสาร และระบบการทำงานอัตโนมัติในสำนักงาน รวมถึงมีการใช้ AI Smart Maintenance ในการบำรุงรักษาร่วมด้วย

พร้อมกันนี้แคนนอนยังได้นำเสนอ 2 นวัตกรรม คือ เทคโนโลยี D² Exposure ที่ใช้อุปกรณ์การผลิตจอแสดงผลไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ (OLED) ในการพิมพ์ ทำให้คุณภาพงานพิมพ์มีความพรีเมียมมากขึ้น (ความละเอียดสูงถึง 4,800 x 2,400 dpi)  เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง และนวัตกรรม E2 Analysis ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและอัลกอริทึมด้วย AI ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหางานพิมพ์ล่วงหน้าได้จากระยะไกลก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น หรืออาจเรียกว่าเป็นการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานพิมพ์ ลดความผิดพลาด ลดเวลาหยุดชะงัก (downtime) และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมนั่นเอง

ทั้งนี้ คุณพงศกรยังได้กล่าวถึงธุรกิจ Solution Provider ว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีส่วนแบ่งประมาณ 20% ของธุรกิจ Software ทั้งหมด


แชร์ :

You may also like