“ปี 2018 คือปีที่ไทยเป็นเจ้าภาพ Miss Universe ประสบความสำเร็จจนกลายเป็น Best Host Country เจ้าภาพที่ดีที่สุดในสายตาชาวโลกที่ ณ วันนี้ยังไม่มีใครล้มแชมป์ได้ และผู้อยู่เบื้องหลังคือ “แม่ปุ้ย – คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ปีนั้นคือปีที่ “แม่ปุ้ย” เข้ามาในวงการนางงามเป็นครั้งแรก จากวันนั้นจนถึงวันนี้……เธอกำลังเดินหน้าสู่ก้าวใหม่อีกครั้ง กับตำนานผู้สร้างปรากฏการณ์มงฟ้าฟีเวอร์ ผู้พา “โอปอล สุชาตา” คว้ามงกุฎมิสเวิลด์ 2025 คนแรกของไทยในรอบ 72 ปี สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ ”
หากพูดถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเวที Miss Universe 2018 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่ประสบความสำเร็จจนได้รับการยกย่องเป็น Best Host Country จากผู้ชมทั่วโลก “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” คือชื่อที่ต้องถูกกล่าวถึง
เส้นทางในแวดวงนางงามของ “แม่ปุ้ย” เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2018 เมื่อเจ้าตัวถูกทาบทามให้จัดงานระดับโลกอย่างเวที Miss Universe 2018 เพียงเวลาไม่กี่เดือนเจ้าตัวสามารถเนรมิตรการประกวด Miss Universe ด้วยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม จนได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมจาก 94 ประเทศทั่วโลก
การจัดงานครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงและเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวไปอีกขั้น สร้างเม็ดเงินสะพัดในหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้หลักพันล้านบาท จวบจนวันนี้ยังไม่มีใครสามารถล้มแชมป์ความเร็จของเวที Miss Universe 2018 (ในสายตาผู้ชมทั่วโลก) ได้ สูตรสำเร็จนับตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ “แม่ปุ้ย” บอกกับ BrandBuffet ว่า “เวลาเราทำธุรกิจ เราอย่ามองแค่ว่าเราทำนางงาม ให้มองว่าเรากำลังสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งผลต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม”
ปัจจุบัน “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จํากัด ทำหน้าที่ในการจัดการประกวดและถือลิขสิทธิ์ / เป็นเจ้าของในเวทีต่างๆ ถึง 10 เวที ได้แก่ Miss World Thailand, นางสาวไทย , Miss Global Thailand , Mister Global Thailand,Miss Global (International) , Mister Global (International) , U is You (for LGBTQ) ,Next U (for kids),Miss Cosmo Thailand, Miss Intercontinental และ Miss Charm
“TPN ทำเวทีนางงามมา 6-7 ปี มี Branding ที่แข็งแกร่งทั่วโลกรู้จัก ความสำเร็จนี้เกิดจากแนวคิดที่เรามุ่งมั่น นั่นก็ก็คือหากสัญญาอะไรไว้ต้องทำให้ได้ และยังต้องทำเกินด้วยซ้ำ ณ วันแรก ทำแบบไหน วันนี้ก็ทำแบบนั้น ภายใต้แนวคิด ลงมือทำ ทำจริง ใส่หัวใจ นั่นคือปณิธานที่เรายึดมั่น”
มงกุฎประวัติศาสตร์ ปั้น “โอปอล สุชาตา” คว้ามงมิสเวิลด์ 2025 คนแรกของไทยในรอบ 72 ปี
ความสำเร็จของแม่ปุ้ย ไม่ใช่เพียงแค่เวที Miss Universe แต่ภายหลังหมดสัญญากับเวทีเดิม “แม่ปุ้ย” ก้าวสู่อีกหนึ่งเวทีใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของโลกอย่างเวที Miss World ด้วยการร่วมมือกับ TERO Entertainment โดยแต่ง “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ตัวแทนสาวไทยร่วมประกวด Miss World 2025 ที่ประเทศอินเดีย เมื่อ พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา
แน่นอนนอกจาก “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ในฐานะ Miss World Thailand 2025 จะต้องแบกรับความกดดันในการตัดสินใจมาประกวด Miss World ในปีนี้แล้ว “แม่ปุ้ย” คืออีกหนึ่งบุคคลที่แบกรับความกดดันไม่แพ้กัน

ขอบคุณภาพจาก : เพจ Miss Thailand World
“คิดไว้ว่าถ้าตกรอบ เราก็จะไปบวชสักเดือน เพราะจะต้องโดนสาปยันหลานบวชแน่นอน แต่ก็ตัดสินใจร่วมกับโอปอลว่า ชีวิตคนเรามันแค่นี้นะ เมื่อโอกาสมาถึง ประตูบานใหม่มันเปิดกว้าง เราลุยกันเลยลูก ให้มันรู้เรื่องไป ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น..” แม่ปุ้ยเล่าถึงความกดดันผ่านโซเชี่ยลมีเดียและเดิมพันครั้งใหญ่อีกที่เจ้าตัวต้องเผชิญ
ด้วยความเพียรพยายามในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถนำ “มงกุฏมิสเวิลด์” หรือที่คนไทยเรียก “มงฟ้า” กลับสู่เมืองไทยสำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 72 ปีตั้งแต่มีการประกวด สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ จนเกิดเป็นภาพต้อนรับ Miss Word 2025 กลับบ้านสุดยิ่งใหญ่ตั้งแต่ภาพบรรยากาศการต้อนรับที่สนามบินสุวรรภูมิ ตลอดจนบรรยากาศขบวนแห่ที่มีผู้ร่วมงานคับคั่งตลอดถนนสุขุมวิท นับตั้งแต่ ท้องฟ้าจำลอง (เอกมัย) โดยรถเปิดประทุนโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) สีดำ และรถรถบุปผชาติ Miss World เพื่อร่วมขบวนแห่ฉลองต้อนรับมิสเวิลด์คนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จนไปสิ้นสุดที่ย่านการค้าเอ็ม ดิสทริค

ขอบคุณภาพจาก : เพจ Miss Thailand World
“Give & Take” สร้างมาตรฐานใหม่ของธุรกิจนางงาม ต้องสร้างแรงกระเพื่อมสังคม
อย่างไรก็ดีแม้ว่าเวทีการประกวดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่แม่ปุ้ยยังคงยืนหยัดพัฒนาเวทีนางงามให้เป็นมากกว่าการแข่งขันความงาม เพราะเธอมองว่า “ธุรกิจนางงามไม่มีวันอิ่มตัว” ตราบใดที่ยังมีแฟนคลับ บัตรขายได้ และมีคนดู ดังนั้นเราต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแปลกใหม่และมาตรฐานที่ดีให้คนดู
“ช่วงนี้ธุรกิจนางงามถือว่าพีคแล้ว แต่เรายังปรับต่อไป แน่นอนหากทำได้ธุรกิจก็จะยังอยู่ ซึ่งนอกเหนือจากความเอ็นเตอร์เทนต้องมีอะไรใหม่ๆ มาผสานเข้าไปในการประกวดด้วย ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการปรับทุกปี โดยเฉพาะโชว์ ทำให้ทั่วโลกขยับ สร้างบรรทัดฐาน “ธุรกิจนางงาม” ยุคใหม่” แม่ปุ้ยกล่าว

เวที Next U (for kids)
หลังการสร้างมาตรฐานให้กับเวที Miss Universe 2018 มาจนถึง Miss Universe Thailand ที่กินเวลานานกว่า 6-7 ปีในยุคของเจ้าตัว แม้ปัจจุบันจะหมดสัญญาในการถือสิทธิ์ Miss Universe Thailand แล้ว แต่ “แม่ปุ้ย” ยังได้เดินหน้าสร้างแบรนด์ใหม่ ด้วยการคว้าสิทธิ์ “Miss & Mister Global” มาไว้ในมือ
แน่นอนในยุคที่ภาพจำของ “แม่ปุ้ย” คือตัวแทนของเวที Miss Universe Thailand การจะสร้างภาพจำใหม่ในใจคนดูไม่ใช่เรื่องง่าย ข้อนี้เจ้าตัวบอกว่า การปั้นเวที Miss & Mister Global” จะเน้นแนวคิด “Give & Take” ที่ไม่ได้แค่สร้างดาราในวงการบันเทิง แต่ยังต้องสามารถส่งแรงกระเพื่อมทางสังคมในแง่มุมต่างๆ
“แพลตฟอร์มเวทีนางงามต้องมีหลักที่ชัดเจน คือ เอ็นเตอร์เทน ดูแลคู่ค้า สร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ที่เข้ามาสนับสนุน และต้องสร้างประโยชน์แก่สังคมด้วย”

เวที Miss Universe Thailand ปี 2019-2024
ก้าวใหม่ Miss Global สู่การเปลี่ยนแปลงด้านผู้นำเวทีนางงาม
ในส่วนของ Miss Global จะเดินหน้าสานต่อการประกวด ในแบบผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เป็นเวทีการประกวดนานาชาติรายการแรกที่ยอมรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มีช่วงอายุผู้เข้าประกวดที่กว้างที่สุดระหว่าง 18-39 ปี และยังสนับสนุนผู้หญิงที่เคยผ่านการหย่าร้าง เพราะเข้าใจว่าในชีวิตของผู้หญิงมักมีความท้าทายหลากหลาย และด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงในช่วงอายุที่กว้างขึ้น ทำให้พวกเธอมีโอกาสที่อาจไม่ได้รับจากเวทีประกวดแบบดั้งเดิมอื่น ๆ ทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด 3E ได้แก่
- EmpowHER (การเสริมพลังให้เธอ) หมายถึง แพลตฟอร์มของ Miss Global มุ่งเน้นในการเสริมพลังให้กับผู้หญิงทั่วโลก เพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนผู้ที่ไร้เสียง โดยเฉพาะในประเทศที่สิทธิสตรียังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม
- EmbRACE (โอบรับความหลากหลาย) Miss Global ในฐานะแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ เปิดกว้างและให้การยอมรับในทุกเชื้อชาติและวัฒนธรรม โดยเข้าใจถึงความงดงามของความหลากหลาย
- EmBODY (ยอมรับและรักร่างกายของเรา) เราเชื่อว่าเมื่อเรายอมรับร่างกายของตัวเองไม่ว่าจะมีรูปร่างหรือลักษณะอย่างไร ความงามที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ความงามจากภายใน
Mister Global ปรับแนวคิด-เปิดตลาดชายงามสู่เวทีระดับโลก
ส่วนเวที Mister Global เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่แม่ปุ้ยลงทุนและวางแผนมานานกว่า 2 ปี โดยปัจจุบันมีเนชั่นแนลไดเร็คเตอร์จาก 55 ประเทศ พร้อมคอนเซ็ปต์ “Gentleman With Essence” ที่เน้นภาพลักษณ์ความเป็นชายยุคใหม่
“ตลาดชายงามดีและมีศักยภาพมาก และเราต้องทำให้เวทีนี้มีความพรีเมี่ยม ดึงดูดผู้เข้าประกวดที่มีโปรไฟล์ดี ไม่ใช่แค่หน้าตาหล่อ แต่ต้องมีความสามารถ ให้เขาเซ็กซี่ในแบบที่จะเป็น และต้องปรับให้ดูทันสมัยขึ้น เน้นสปอร์ต ควมหล่อ บุคลิกดี ก็จะทำให้คนที่มีโปรไฟล์ดีเข้ามาประกวด เช่น วิศวกร หรือบุคคลที่มีอิทธิพลในสังคม”
ซึ่งข้อนี้ “แม่ปุ้ย” มองว่าการปรับให้เวที Mister Global ดูทันสมัยขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการโชว์ความเซ็กซี่ แต่ต้องตอบโจทย์สังคมปัจจุบัน โดยการประกวด Mister Global ในยุคใหม่นี้ จะต้องมีความเท่ น่าค้นหา เปรียบเสมือนเวที โดม่อนแมน คลีโอ ในอดีต ให้มีมนต์ขลังในฝั่งเวทีชายงามอีกครั้ง
“มิสเตอร์โดม่อนแมน คลีโอ ที่หายไปไม่ใช่เพราะไม่นิยม แต่ขาดทายาทสานต่อ แน่นอนเราจะทำให้เวที Mister Global มีควาขลัง เท่ มีความยั่งยืน ซึ่งโพซิชั่นนิ่งเราจะต้องแข็ง ไม่เช่นนั้นจะหายไปเมื่อเราตาย ส่วนทายาทสืบต่อในอนาคตได้มีการวางรุ่นต่อไป ทั้งลูกชาย ลูกสาว และทีมงานที่ถือหุ้นให้แสดงความเป็นเจ้าของร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืน”
นอกจากเวทีข้างต้นแล้วยังมีอีกหนึ่งเวที ที่เป็นความภาคภูมิใจของเธอ นั่นคือ “เวทีนางสาวไทย” หลังเข้าถือลิขสิทธิ์การประกวดตั้งแต่ปี 2565 เจ้าตัวก็ทำการบ้านมาอย่างหนักด้วยหวังให้เวทีนี้เป็นเวทีของตัวแทนสาวไทย ทำหน้าทีส่งสาร ความเป็นนางงาม ตัวแทนหญิงไทย ไปยังสายตาชาวโลกมากขั้น โดยจากนี้จะมีการปรับภาพลักษณ์เล็กน้อย ด้วยการทำให้มีความ Sex and The City ขึ้นมา พร้อมนางสาวไทยไปยังเวที Miss Cosmo ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกอีกเวที
ควบคู่กับการนำเวที E-Girls กลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการร่วมงานกับ MTI เมืองไทยอินเทลลิเจนซ์ ซึ่งจะเป็นการค้ดเลือกเอาสาวงาม 5 คน มาเป็นตัวแทนของเมืองไทยประกันภัยในการสื่อสาร ทำหน้าที่ตัวแทนของแบรนด์ ซึ่งน่าจะได้เห็นการประกวดในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้แน่นอน

เวที Mister Global Thailand
ไม่เพียงเท่านี้แม่ปุ้ยยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของ “นางงามไทย” ในเวทีระดับโลก โดยมองว่าการที่อุตสาหกรรมเพลง ซีรีส์ และภาพยนตร์ไทยสามารถขยายไปสู่ตลาดสากลได้ วงการนางงามก็สามารถทำได้เช่นกัน
“เราไม่ได้แค่สร้างนางงาม แต่กำลังสร้างบุคลากรที่มีความสามารถให้เข้าสู่อุตสาหกรรมระดับโลกตั้งแต่บุคลากร นักแสดง นางแบบ หรือแม้แต่งานด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์”
เตรียมเปิดสถาบันพัฒนานางงาม-นายงาม สร้างผู้นำยุคใหม่
พร้อมกันนี้ยังเตรียมต่อยอดไปยังสถาบันพัฒนานางงาม-นายงาม (Coaching Institute) ที่จะเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2568 เพื่อให้การประกวดนางงามไม่ได้จบแค่บนเวที แต่เป็นการปั้นบุคคลให้กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่นางงาม แต่คือการสร้างสถาบันสำหรับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่สนใจเสริมสร้างบุคลิคภาพ ความรู้ โดยจะเน้น สร้างคน บิ้วท์คนตั้งแต่เด็ก สร้างภาวะผู้นำ (Leadership) ส่วนสาเหตุที่ต้องจัดตั้งสถาบันขึ้นมา เนื่องจากมองว่านางงามหลังหมดวาระ หรือหากไปทำงานต้องเข้าไปอยู่ในอยู่องค์กรต่างๆหลายแห่ง ซึ่งการมีสถาบันจะเป็นการช่วยคัดกรองสถาบัน โดยจะมีนักจิตวิทยาชื่อดัง และหลักสูตรเกี่ยวกับ Protocol & Leadership ที่จะช่วยฝึกฝนเยาวชนให้มีความมั่นใจและเป็นนักสื่อสารที่ดี
“นางงามยุคใหม่ไม่ได้มีไว้แค่ยิ้มสวยและตอบคำถามได้ แต่ต้องเป็นแรงขับเคลื่อนให้โลกเปลี่ยนแปลง” นั่นคือแนวคิดที่ต้องการเปิดสถาบันนี้ขึ้นมา

เวที Miss Intercontinental
นิยามความงามของ “แม่ปุ้ย” และอนาคตวงการนางงาม
แม้จะคร่ำหวอดในแวดวงนางงามมานานนานนับ 10 ปี แต่นางงามที่ “แม่ปุ้ย” ยกให้เป็นนางงามในดวงใจก็คือ “คุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน” นางสาวไทย พ.ศ. 2531 และนางงามจักรวาล หรือ มิสยูนิเวิร์ส ปี 1988 เป็นนางงามในดวงใจ เพราะยังคงดำเนินงานด้านการช่วยเหลือเด็กตั้งแต่วันแรกมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนเด็กรุ่นใหม่ที่เธอชื่นชมคือ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี และ แอนโทเนีย โพซิ้ว ซึ่งเป็นนางงามรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและเป็นตัวของตัวเอง
อย่างไรก็ตามแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป “แม่ปุ้ย” ยังเชื่อว่า แม้อุตสาหกรรมนางงามในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง แต่ถ้าสามารถพัฒนา แพลตฟอร์มให้แข็งแกร่งและมีความเป็นสากล ก็ยังสามารถเติบโตได้ในระดับโลก
“การทำธุรกิจถ้าเรามีรายได้จากทั่วโลกเป็นเรื่องดี ถ้าเรา National Directers ใน 70 ประเทศ แค่จ่ายคนละหมื่นเหรียญต่อปี เราก็อยู่ได้ เราอุ่นใจ เราชอบทำนางงาม นี่คือเหตุผลที่เราทำเวทีประกวดให้มีความยั่งยืน แน่นอนเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เรามาให้นางงามขายของก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิด แต่สุดท้ายก็ต้องเน้นชาเลนท์ เพราะในดีตที่ผ่านมาก็มีการขายสินค้าเช่นกัน”
ท้ายที่สุดเมื่อถูกถามว่า มีอะไรที่เคยทำแล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำ? แม่ปุ้ยตอบว่า “ความใจดีเกินไป” คือสิ่งที่เธออยากแก้ไข แต่สิ่งที่เธอจะไม่เปลี่ยนเลยก็คือแนวทางการทำธุรกิจที่ยึดมั่นในคำว่า “ลงมือทำ ทำจริง ใส่หัวใจ” ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เธอสามารถขับเคลื่อนวงการนางงามไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง
ไม่เพียงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเวทีนางงามระดับประเทศและระดับโลกเท่านั้น หากแต่ชื่อของ “ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ยังถือเป็นนักธุรกิจที่สร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อให้วงการนางงามเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิง แต่เป็นการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง







