
โครงการ ‘เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ’ เป็น 1 ในโครงการหลักที่เนสท์เล่ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเป็นแผนงานด้าน Water Stewardship หรือการดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีเป้าหมายในการคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้เทียบเท่ากับปริมาณที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต ภายในสิ้นปีนี้ รวมทั้งเป้าหมายหลักอย่างการบรรลุ Net Zero หรือลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050
เส้นทาง 10 ปี ‘เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ’
ในฐานะบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก เนสท์เล่ มุ่งมั่นในการเข้าไปมีส่วนช่วยดูแลบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อว่า ‘น้ำ’ คือทรัพยากรสำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ต่างจากเส้นเลือดใหญ่ในร่างกายที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ตั้งแต่ใช้อุปโภคบริโภค ใช้ในการประกอบอาชีพ เป็นเส้นทางสัญจร และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิดที่เป็นอาหารของมนุษย์ น้ำจึงมีความผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยมายาวนาน ตามคำกล่าว ‘น้ำ คือ ชีวิต’
แต่เมื่อสังคมมีความเจริญมากขึ้น จนผู้คนอาจหลงลืมที่จะดูแลรักษาแหล่งน้ำ รวมทั้งบางส่วนที่มักทิ้งขยะจากครัวเรือนลงแหล่งน้ำ นานวันเข้าแหล่งน้ำที่เคยใช้ประโยชน์ได้ ก็มีคุณภาพเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยขยะและวัชพืช สัตว์น้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็ค่อยๆ สูญหายไปจนหมด
และแน่นอนว่า เมื่อคุณภาพน้ำในชุมชนเสื่อมโทรมลง ก็กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนด้วยเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ต้องหันกลับมาเรียนรู้ ดูแล และฟื้นฟูแหล่งน้ำภายในชุมชนให้กลับมามีคุณภาพ และเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนในชุมชนให้ได้ดังเดิม
นั่นเป็นที่มาของโครงการ ‘เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ‘ ที่มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2015 ด้วยโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ โครงการประกวดแผนงานเพื่ออนุรักษ์แหล่งน้ำของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มของเนสท์เล่ โรงเรียนสาคลีวิทยา เป็นผู้ชนะการประกวดนี้
เนสท์เล่ได้ทำโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่คลองขนมจีน จ.อยุธยา และได้ต่อยอดและขยายบทบาทเป็นโครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” และเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำ พร้อมขยายผลกระทบเชิงบวกอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี
จนทำให้พื้นที่ ‘ชุมชนคลองขนมจีน’ กลายเป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถฟื้นฟูแหล่งน้ำที่เคยมีปัญหาเสื่อมโทรมให้กลับมามีคุณภาพที่ดี ตามแนวทางฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร 3 ด้าน ประกอบด้วย
2. ปกป้อง : ลดและป้องกันขยะหลุดลอดสู่แหล่งน้ำ ผ่านจัดกิจกรรม ตลาดนัดขยะชุมชน โดยร่วมมือกับ วงษ์พาณิชย์ เปลี่ยนขยะเป็นรายได้ให้ชาวบ้าน ส่งเสริมการแยกขยะจากต้นทางตั้งแต่ครัวเรือน พร้อมเปิดตัว ‘ธนาคารขยะ’ ที่โรงเรียนสาคลีวิทยา เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ควบคู่การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
จาก ‘เสื่อมโทรม’ สู่ ‘โครงการต้นแบบ’ ระดับประเทศ
ความสำเร็จตลอด 10 ปี โครงการ ‘เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ’ สามารถบรรลุเป้าหมายในการคืนน้ำสู่ธรรมชาติและชุมชนได้ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (100% Water Regeneration) ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมทั้งการคืนวิถีชีวิตแบบชุมชนริมคลองให้แก่ชุมชนคลองขนมจีนอีกด้วย จากคุณภาพของน้ำที่ดีขึ้น น้ำกลับมาใสสะอาด ทำให้ชาวบ้านในชุมชน สามารถนำน้ำในคลองไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งการอุปโภคบริโภค ทำเกษตร ประมงพื้นบ้าน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแหล่งสร้างอาหารของชุมชน และเพิ่มช่องทางหารายได้ให้มากขึ้น รวมทั้งยังได้เส้นทางสัญจรในชุมชนกลับมาด้วย สะท้อนความสำเร็จในการฟื้นฟูคลองขนมจีนได้อย่างครบทุกมิติ
ยังมีอีกหนึ่ง Milestones สำคัญ ที่ถือเป็นการยกระดับความสำเร็จสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง เมื่อโครงการเนสท์เล่น้ำรักษ์น้ำ ได้รับคัดเลือกให้เป็น โครงการพื้นที่นำร่องระดับประเทศ สำหรับการดำเนินงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) สำหรับพื้นที่บนบกและแหล่งน้ำบนบกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จากแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตและการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่


ด้าน พี่เบญจวรรณ อื้อฉาว ตัวแทนชาวบ้านในชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังจากเนสท์เล่ เข้ามาขับเคลื่อนโครงการในชุมชน ทั้งปัญหาน้ำเสียที่หายไป ตอนนี้น้ำใสสะอาด และยังสร้างรายได้เพิ่มเติมให้คนในชุมชนได้ด้วย ทั้งจากการปลูกผัก และจากการทำประมง โดยมีรายได้ถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน รวมทั้งยังพบว่าในปัจจุบันมีปลาหลากหลายสายพันธุ์ที่อาศัยในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะปลาลิ้นหมา หรือปลาเสือพ่นน้ำ ซึ่งถ้าน้ำไม่สะอาดจริงปลาเหล่านี้จะอาศัยอยู่ไม่ได้ หรือปลาบางพันธุ์ที่เคยหายไปตอนนี้ก็กลับมาแล้ว สะท้อนถึงคุณภาพน้ำ รวมทั้งวิถีชีวิตเดิมๆ ของคนริมคลองที่เคยหายไป ก็เริ่มกลับมาเป็นแบบที่คุ้นเคยอีกครั้ง ทำให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้น คิดถึงภาพในอดีตที่หายไปนาน ตอนนี้รู้สึกเหมือนได้บ้านที่หายไปกลับคืนมาอีกครั้ง”
สำหรับ Next Step ที่ทางเนสท์เล่วางไว้ คือ การต่อยอดโครงการทั้งแนวกว้างและแนวลึก ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่คลองขนมจีนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งขยายเครือข่ายเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของแต่ละชุมชน โดยจะขยายพื้นที่โครงการไปสู่ต้นคลองและปลายคลองมากขึ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จในฐานะ ‘โครงการต้นแบบ’ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ และเพิ่มเครือข่ายในการร่วมพิทักษ์สายน้ำ ผ่าน 3 โมเดล ทั้งเรียนรู้ ปกป้อง และฟื้นฟู เพื่อเพิ่มผลลัพธ์จากโครงการออกไปในวงกว้างมากขึ้น และช่วยพิทักษ์สายน้ำให้อยู่กับเราได้อย่างยั่งยืน



