
แม้ตลาดน้ำอัดลมยังเห็นการเติบโต แต่ตัวเลขก็ลดลง จากการแข่งขันสูง อีกทั้งต้องเจอกับต้นทุนสูงขึ้นจาก “ภาษีน้ำตาล” ที่เริ่มจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2562 ถือเป็นโจทย์ยากของเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบรนด์ระดับโลกในการปรับสูตร
ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีน้ำตาล หรือภาษีความหวานในเครื่องดื่มของประเทศไทยอยู่ระยะที่ 3 (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 – 31 มีนาคม 2568) มีอัตราภาษี 0.3 บาทต่อลิตร ไปถึงสูงสุดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร ปรับขึ้นเป็นอัตราก้าวหน้าทุก 2 ปี
หาดทิพย์แบกต้นทุนภาษีน้ำตาลอ่วม
พลตรีพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวปี 2567 มีรายได้ 8,129 ล้านบาท เติบโต 4% มีกำไรสุทธิ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือประมาณ 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2566
ขณะที่ต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาษีน้ำตาลที่กำลังเข้าสู่ระยะที่ 4 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเงินราว 150 ล้านบาทต่อปี
“ปัจจัยภาษีน้ำตาล ทำให้ผู้ประกอบการในตลาดเครื่องดื่มปรับสูตรลดน้ำตาลเพื่อดูแลต้นทุน แต่โคคา-โคล่า เป็นแบรนด์ระดับโลกที่รสชาติต้องเหมือนกัน การปรับสูตรจึงทำได้ยากและต้องแบกรับต้นทุนภาษีน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า”
ปี 2567 หาดทิพย์ ยังเป็นผู้นำเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ครองส่วนแบ่งการตลาด 24.7% โดยส่วนแบ่งการตลาดน้ำดื่มเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8% ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ที่ 78.3%
สรุปกลยุทธ์สร้างการเติบโตของหาดทิพย์
– ขยายตลาดผลิตภัณฑ์กลุมไม่มีน้ำตาล (Zero Sugar) ที่เติบโตต่อเนื่องตามเทรนด์ดูแลสุขภาพและปัจจัยภาษีน้ำตาล ปีที่ผ่านมากลุ่มนี้เติบโต 22.9% และมีสัดส่วนยอดขายกลุ่ม Zero Sugar 5% (เทียบเครื่องดื่มทั้งหมด) โดยวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายกลุ่ม Zero Sugar ต่อเนื่อง โดยมีโอกาสเติบโตได้อีก ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “โค้ก ซีโร่ กลิ่นวานิลลา” ปี 2568 ตั้งเป้าหมายกลุ่ม Zero Sugar เติบโต 27%
– ขยายช่องทางการขาย ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ เติบโต 14.6% กลุ่มโรงแรม ร้านอาหารและคาเฟ่ (HoReCa) เติบโต 19.3% และรักษาช่องทางการจำหน่ายแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) เติบโตที่ 3.7%
– ขยายตลาดผลิตภัณฑ์ขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่ ที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากกระแสการลดใช้พลาสติกของลูกค้าและลุคที่ดูพรีเมียมของขวดแก้ว ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่คู่แข่งหลักไม่มี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ขวดแก้วมีสัดส่วนยอดขาย 3% วางเป้าหมาย 3 ปีเพิ่มเป็น 10%
– กลยุทธ์บริหารการเติบโตของรายได้ผ่านราคา (Price Mix) ขนาดและรูปแบบผลิตภัณฑ์ (Pack mix) ช่องทางการจำหน่าย (Channel Mix)
ปี2570 ตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้าน
ปี 2568 หาดทิพย์ตั้งเป้าหมายรายได้ 8,700 ล้านบาท เติบโต 5-7% สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้จะขยายตัวราย 3.1-4.1% จากผลผลิตเกษตรที่กลับมาขยายตัว ภาคการท่องเที่ยวและบริการเติบโตโดยคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2568 จะอยู่ที่ 38.8 ล้านคน รวมถึงการผลิตเพื่อส่งออกจะขยายตัวตาม ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย
ส่วนแผนงานระยะกลางตั้งเป้าหมายเติบโตและรักษาความเป็น “ผู้นำ” ในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันหาดทิพย์ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้อยู่ที่ 25% มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนให้ได้ 30% และส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมกว่า 80% ภายในปี 2570 โดยมีรายได้ 11,000 ล้านบาท
“หาดทิพย์” เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโคคา – โคล่า ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยได้รับลิขสิทธิ์จากโคคา – โคล่า คัมปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) มีผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอ ประกอบไปด้วย “โค้ก”, “แฟนต้า”, “สไปรท์”, “ชเวปส์”, “เอแอนด์ดับบลิว” รูทเบียร์ รวมถึงน้ำส้ม “มินิทเมด สแปลช”, “มินิทเมด พัลพิ”, ชา “ฟิวซ์ที” และ น้ำดื่ม “น้ำทิพย์”
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE







