HomePR Newsบี.กริม เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จจัดหาเงินกู้ วงเงินกว่า 900 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม กัมพูชา 39 เมกะวัตต์ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในภูมิภาคอาเซียน [PR]

บี.กริม เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จจัดหาเงินกู้ วงเงินกว่า 900 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม กัมพูชา 39 เมกะวัตต์ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในภูมิภาคอาเซียน [PR]

แชร์ :

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ดำเนินการโดยบริษัท เรย์ เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (Ray Power Supply Co., Ltd.) ซึ่งบริษัท บี.กริม โซลาร์ เพาเวอร์ 1 จำกัด ถือหุ้น 100% ตั้งอยู่ที่เมืองศรีโสภณ จังหวัดบันทายมีชัย (หรือ บ็อนเตียย์เมียนเจ็ย) ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์  โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าประเทศกัมพูชา (Electricite Du Cambodge) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิย์ (COD) เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 บริษัท เรย์ เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด ได้ลงนามสัญญาเงินกู้ (Syndicated Loan Facility) ในวงเงิน 28.15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 938 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการกู้เงิน 15 ปี กับ 3 สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย ประกอบด้วย ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, และธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงศักยภาพของบริษัทในการระดมทุนแม้จะมีสถานการณ์ไม่พึงประสงค์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“บริษัทประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ เพื่อดำเนินงานและพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ณ ประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกำหนดเวลาที่วางไว้ ท่ามกลางข้อจำกัดมากมาย ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และอุทกภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างตลอดช่วงปี 2563”  ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าว

นายทิพากร สายพัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่มบี.กริม เพาเวอร์ สอดคล้องกับแนวนโยบายของธนาคารที่มุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืน สนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ธนาคารเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาบริการไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง อันเป็นรากฐานสาคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา ด้วยศักยภาพของกลุ่มบี.กริม เพาเวอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ความได้เปรียบด้านต้นทุน มีพันธมิตรธุรกิจระดับโลก และการได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า การร่วมสนับสนุนทางการเงินของ EXIM BANK ในครั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนไทยที่มีศักยภาพสามารถขยายการลงทุนไปต่างประเทศได้มากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของ EXIM BANK ที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย โดยเชื่อมโยงและขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยกับประเทศคู่ค้า เราจึงพัฒนารูปแบบการสนับสนุนทางการเงินและขยายความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เกิดธุรกิจที่สร้างผลกระทบในเชิงบวกในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันสร้างโลกที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตของประชากรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาว

นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ให้ความสนับสนุนกลุ่ม บี.กริม เพาเวอร์ ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมานานกว่า 26 ปี เริ่มตั้งแต่โครงการโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 ในปี 2538 และในครั้งนี้ธนาคารก็มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของบี.กริม เพาเวอร์ ที่ประเทศกัมพูชา ขนาด 39 เมกะวัตต์   ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกัมพูชาและการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy)

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า การรุกธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ บี.กริม เพาเวอร์ เป็นการตอบรับรูปแบบความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลให้องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศ มีนโยบายลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังตอบโจทย์เป้าหมายการขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดของบี.กริม เพาเวอร์ จากวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” (Empowering the World Compassionately)

ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วรวม 50 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 2,894 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 7,200 เมกะวัตต์ในปี 2568 และ 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ด้วยเป้าหมายรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท คงการเป็นผู้นำด้านบริษัทผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าชั้นนำของโลก พร้อมกับการกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่สำคัญ คือ การก้าวสู่องค์กรที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ได้ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2050)

 


แชร์ :

You may also like