
โดย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หนึ่งในใจกลางย่าน “เซ็นทรัล แบงค็อก” หัวใจแห่งกรุงเทพมหานคร ผู้นำเสนอปรากฏการณ์ งานศิลปะเชิงอนุรักษ์ระดับโลกสุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ออลไรท์รีเซิร์ฟ (AllRightsReserved) และ กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) ในการเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยความสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ที่พร้อมใจยกขบวนพาเหรดของเหล่าแพนด้าน้อยสุดยอดงานศิลปะในรูปแบบเปเปอร์มาเช่ผลงานของศิลปินระดับโลกชาวฝรั่งเศส เปาโล กรองจีอง มาเริ่มต้นภารกิจในการเยือนเมืองไทยครั้งแรกด้วยกิจกรรมแฟลชม็อบสุดอลังการ ประเดิมที่แรก ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยได้รับความสนใจจากคนไทยและนักท่องเที่ยวร่วมชม พร้อมบันทึกภาพคับคั่ง โดยมีแผนจะเคลื่อนย้ายไปยังแลนด์มาร์คสำคัญ 10 แห่ง ของประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 19 มี.ค. 59
การปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของเจ้าหมีแพนด้า ที่เรียกได้ว่าติดอันดับหนึ่งในสัตว์ป่าที่น่ารักที่สุดในโลก จำนวนกว่า 1,600 ตัว ที่ยกทัพกันมาโชว์ความน่ารัก โดยประเดิมเปิดฉากสถานที่แรก ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อันเป็นสถานที่สำคัญในการพระราชพิธีต่างๆ และงานระดับชาติ ซึ่งมีความหมายและมีความผูกพันกับคนไทยมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่คลาคล่ำ
ไปด้วยบรรดาอาสาสมัครนับร้อย นำโดย บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในฐานะผู้นำและริเริ่มโครงการฯ ดังกล่าว พร้อมด้วย เยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF-ประเทศไทย (กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย), ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการ กลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้และนักแสดงวัยรุ่น อาทิภัทรพล พึ่งบุญพระ, จิราภา ลักษณวิศิษฏ์, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, ติ๊นา-ศุภนาฏ จิตตลีลา และบล็อกเกอร์ชื่อดัง “ทูนหัวของบ่าว” (นัชญ์ ประสพสิน) สมทบด้วยอาสาสมัครนับร้อยที่มาช่วยกันจัดเรียงเจ้าหมีแพนด้าในหลากหลายอิริยาบถ วางกระจายบนสนามหญ้า เป็นบริเวณกว้าง โดยมีฉากหลังอันงดงามของ พระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว) ชวนให้ประชาชนทั่วไปที่มาชมตลอดจนนักท่องเที่ยวได้ร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจกันอย่างคึกคัก กระทั่งผ่านไป 3 ชั่วโมง จึงจัดเก็บเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่นๆ ต่อไป
ภายหลังจากวันนี้ เหล่าแพนด้าตัวน้อย ยังมีภารกิจต่อเนื่อง โดยจะไปจัดแสดงแฟลชม็อบยังสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ ดังนี้
วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2559 12.00-15.00 น. สกายวอร์ค บีทีเอส สถานีช่องนนทรี
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. สวนสันติชัยปราการ
วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. เสาชิงช้า
วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 16.00-19.00 น. สวนลุมพินี
วันอังคารที่ 15 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง
วันพุธที่ 16 มีนาคม 2559 15.00-18.00 น. วัดภูเขาทอง จังหวัดอยุธยา
และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจส่งท้ายการเดินทางในวันเสาร์ที่ 19 มี.ค. 59 ด้วยการแนะนำสถานที่ ที่คุณอยากให้แพนด้าไปแฟลชม็อบได้ที่ facebook.com/1600pandasplusth
“อลังการนิทรรศการ…ต้องห้ามพลาด”
ภายหลังการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบครบทุกสถานที่แล้ว “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” จะปิดท้ายความประทับใจด้วย กับเฟสที่ 2 โดยจัดนิทรรศการแพนด้าสุดอลังการ กว่า 1,600 ตัว ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. – 10 เม.ย. 59 เวลา 10:00-22:00 น. ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมกันนี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งเวิร์กช็อป และการรับเลี้ยงแพนด้า (Adoption) ซึ่งการรับเลี้ยงแพนด้าจะเปิดลงทะเบียนจองทาง www.1600pandasplusth.com ในวันที่ 10-12 มี.ค. 59 รวมทั้ง ยังมีสินค้าของที่ระลึกสุดพรีเมี่ยมไม่ซ้ำใคร โดยรายได้ทั้งหมดจากกิจกรรม จะมอบให้กับWWF-ประเทศไทย เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือน้อย
ตามธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะช้างป่าไทย และเสือโคร่ง ต่อไป
ทั้งนี้ การทัวร์รอบโลกของแพนด้า 1,600 ตัว เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2551 โดยความร่วมมือระหว่างกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) และศิลปินชาวฝรั่งเศส เปาโล กรองจีอง (Paulo Grangeon) ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะแพนด้าน้อยที่ประดิษฐ์ขึ้นจากศิลปะเปเปอร์มาเช่ ด้วยกระดาษรีไซเคิล โดยเริ่มแรกเขาได้สร้างสรรค์แพนด้าขึ้นมาทั้งหมด 1,600 ตัว ซึ่งเท่ากับจำนวนแพนด้าที่ยังหลงเหลืออยู่ทั่วโลกในขณะนั้น และตั้งแต่นั้นมา ก็ได้มีการพาแพนด้าน้อยเหล่านี้ เดินทางจัดแสดงและสร้างสีสันตามเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตและสถานที่สำคัญต่างๆ กว่า 100 แห่ง ในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลี, มาเลเซีย และประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่การประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ถึงสถานภาพ “ใกล้สูญพันธุ์” (endangered) ของแพนด้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แพนด้าเหล่านี้ ยังเป็นตัวแทนเพื่อนร่วมสถานะอีกหลายชนิด สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีช้างไทย หรือ ช้างเอเชีย อาศัยอยู่ในผืนป่าไทยเพียง 2,500 – 3,200 ตัว ขณะที่ “เสือโคร่งอินโดจีน” มีเหลืออยู่น้อยกว่า 200 ตัว ซึ่งเป็น 1 ใน 13 ประเทศในโลก ที่ยังมีเสือโคร่งหลงเหลืออยู่ โครงการนี้ จึงมุ่งหวังให้คนในประเทศนั้นๆ หันมาตระหนักในการอนุรักษ์สัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ของประเทศตนเองที่เผชิญสถานภาพเดียวกัน
ขอเชิญชวนผู้มีใจรักสัตว์และรักสิ่งแวดล้อมทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ และชมความน่ารักของเหล่าแพนด้าตัวน้อย พร้อมติดตามความเคลื่อนไหว “1600 Pandas+ World Tour in Thailand: For the world we live in and the ones we love” ได้ที่ facebook.com/1600pandasplusth




