HomePR NewsThe 1 Insight ชี้ไทยอยู่ในยุค Active Lifestyle ตามเทรนด์โลกปี 2026 อย่างเต็มรูปแบบพร้อมถอดรหัสพฤติกรรมต่างเจนฯ [PR]

The 1 Insight ชี้ไทยอยู่ในยุค Active Lifestyle ตามเทรนด์โลกปี 2026 อย่างเต็มรูปแบบพร้อมถอดรหัสพฤติกรรมต่างเจนฯ [PR]

Gen Z นิยมกีฬาตามกระแส Gen Y สร้างสังคม แอ็กทีฟ Gen X โฟกัสคุณภาพชีวิต ส่วน Baby Boomer เน้น Longevity

แชร์ :

The 1 Insight เผยเทรนด์หลักแห่งปี 2026 Active Lifestyle หรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อสุขภาพ หนึ่งใน Big Shift ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกปี 2026 สะท้อนผ่านการเติบโตของสินค้าและบริการด้านสุขภาพ กีฬา และการดูแลร่างกายในระยะยาว พร้อมเจาะลึก mindset ของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย โดยพบว่า Gen Z เน้นหาพื้นที่ใหม่ในการแสดงตัวตนและตามกระแส (Identity & Trend), Gen Y พัฒนาร่างกายและมองหาสังคมแอ็กทีฟ (Performance & Community) ขณะที่ Gen X ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of Life & Mobility) และ Baby Boomers เน้นดูแลสุขภาพเพื่อช่วงชีวิตที่ยืนยาวและเฝ้าระวังความเสี่ยงทางสุขภาพ (Longevity & Stability)

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

The 1 Insight พบว่า Active Lifestyle ของผู้บริโภคไทยมีพัฒนาการอย่างชัดเจน จากการดูแลร่างกายเพื่อความสวยงาม สู่การให้ความสำคัญกับสมรรถภาพและสุขภาพในระยะยาว มุมมองที่จริงจังมากขึ้นนี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคจัดสรรงบประมาณด้านการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางตลาดสินค้ากีฬาทั่วโลกที่เติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี และสะท้อนผ่านการขยายตัวของ Sport & Wellness Events ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Group Exercise ประเภทต่าง ๆ Run Club ตลอดจนงานแข่งขันเชิง Performance ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี กระแสความนิยมดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย อาทิเช่น ในหมวด Performance Footwear ซึ่งมียอดขายก่อนช่วงงาน HYROX Bangkok 2025 การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่จัดช่วงปลายเดือนพฤษภาคม สูงกว่าช่วงหลังงานถึง 1.5 เท่า สะท้อนการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาอย่างชัดเจน เป็นต้น

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิก The 1 พบว่า สำหรับ Gen Z Active Lifestyle ยังคงเป็นพื้นที่ของการแสดงตัวตนและการอยู่ในกระแส (Identity & Trend) การออกกำลังกายไม่ได้ถูกมองเพียงเพื่อสุขภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สามารถสื่อสารและแชร์ได้ในโลกโซเชียล

ข้อมูลจาก The 1 Insight พบว่า ในมิติสินค้า Gen Z ตอบรับ สินค้าเชิงกระแส อย่างโดดเด่น อาทิ สินค้ากีฬาเทนนิสที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตสูงสุดในกลุ่ม Gen Z ถึง 5 เท่า ขณะเดียวกัน เทรนด์โภชนาการอย่างโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ก็เติบโตกว่า 1.5 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Active Lifestyle สำหรับ Gen Z เชื่อมโยงกับกระแสสังคมและการทดลองสิ่งใหม่ มากกว่าจะยึดติดกับรูปแบบการดูแลสุขภาพแบบเดิม

นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของหมวดชุดวิ่งออกกำลังกาย (Running Apparel) ซึ่งเติบโตกว่า 2 เท่า แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจาก Athleisure ในเชิงไลฟ์สไตล์ สู่สินค้าที่มีฟังก์ชันและสมรรถนะชัดเจนมากขึ้น สอดคล้องกับปรากฏการณ์ Run Club ที่ได้รับความนิยมในสังคมเมือง และปรากฏอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ส่วน Gen Y คือผู้ขับเคลื่อนหลักของ Active Lifestyle ในประเทศไทย โดยเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนการออกกำลังกายจากทางเลือก ไปสู่ “ระบบชีวิต” อย่างจริงจัง Gen Y มอง Active Lifestyle เป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาสมรรถนะร่างกาย และการสร้างสังคม (Performance & Community) ที่มีเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน

ข้อมูลจาก The 1 Insight ชี้ให้เห็นว่า การใช้จ่ายสำหรับสมาชิกฟิตเนสเติบโตกว่า 2 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่ม Gen Y ซึ่งมองฟิตเนสเป็นมากกว่าสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นพื้นที่ในการสร้าง Community และไลฟ์สไตล์ร่วมกัน โดยปัจจุบันฟิตเนสในกรุงเทพฯ มีช่วงราคาเริ่มตั้งแต่ 1,000–20,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงระดับพรีเมียม สะท้อนถึงความพร้อมของผู้บริโภคในการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ในมิติของเทคโนโลยี Gen Y ยังเป็นกลุ่มผู้ใช้จ่ายหลักของอุปกรณ์ Data Tracking เชิง Performance ที่เน้นการวัดผลการนอน การฟื้นตัว และความเครียด มากกว่าฟังก์ชันอเนกประสงค์แบบสมาร์ทวอทช์ทั่วไป สะท้อนความนิยมผ่านยอดใช้จ่ายของแบนด์หรือสายรัดชื่อดังแบรนด์หนึ่งที่โดดเด่นในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในเรื่องของการวัดผลเชิงลึก ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและการใช้ข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ

สำหรับ Gen X Active Lifestyle คือการดูแลร่างกายให้คงความแข็งแรง คล่องตัว และพร้อมรองรับทุกบทบาทของชีวิต กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความสามารถในการเคลื่อนไหวในระยะยาว (Quality of Life & Mobility)

สะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ชัดเจน โดย Gen X มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคู่ในหมวดรองเท้าวิ่งสูงที่สุด 1.3 เท่า เทียบกับทุกช่วงวัย ควบคู่กับการใช้บริการ Wellness Center ซึ่ง Gen X มีการใช้จ่ายสูงสุดจากทุกช่วงวัย แสดงถึงการให้ความสำคัญกับการดูแลเชิงป้องกันและการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อรักษาศักยภาพของร่างกายและคงความสามารถในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ

ขณะที่ Baby Boomers ให้ความสำคัญกับ Active Lifestyle ในมิติของการดูแลสุขภาพเพื่อช่วงชีวิตที่ยืนยาวและมั่นคง (Longevity & Stability) ด้วยวัยที่ประเด็นเรื่องอายุขัยและความแข็งแรงเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น การดูแลร่างกายจึงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

พฤติกรรมการบริโภคสะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยหมวดรองเท้าฟื้นฟู (Recovery Shoes) เติบโตกว่า 3 เท่า ขณะเดียวกัน สมาร์ทวอทช์ มีการเติบโตกว่า 2 เท่า โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและครอบครัว ลดความเสี่ยง และรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาว


แชร์ :

You may also like