ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีมะเมีย 2569 ตลาดค้าปลีกไทย “ตรุษจีน” คืออีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้ภาครีเทล พร้อมปลุกเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกให้คึกคักมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นเทศกาลแรกของปีแล้ว ยังถือเป็นวันสำคัญของคนไทยเชื้อสายจีนเทศกาลที่รวม “แรงศรัทธาจากอดีต” และ “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” ไว้อย่างลงตัว
อย่างไรก็ตามท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แม้จะถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ 3.7% ตามข้อมูลของ SCB EIC แต่เทศกาลตรุษจีนปีนี้กลับถูกมองว่าเป็น “สปริงบอร์ด” สำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายให้สะพัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ฟู้ดรีเทลอย่าง “Tops” (ท็อปส์) ที่ออกมาวิเคราะห์ภาพรวมตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ พร้อมเปิด 5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าจับตาในปี 2569 นี้
ภาพรวมค้าปลีกปี 2569 ปีแห่งความหวังและการฟื้นตัว (Recovery & Hope)
คุณจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า ปี 2569 คือปีที่ “Tops” ครบรอบ 30 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Year) ในการรีบูตกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะท้าทาย แต่สินค้าจำเป็นยังคงเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคยอมจับจ่ายอยู่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีความเชื่อทางวัฒนธรรมมาเกี่ยวข้องอย่างเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้
โดยปี 2568 ที่ผ่านมาภาพรวมเทศกาลตรุษจีนมีเม็ดเงินสะพัดราว 5.1 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5-10% จากปีก่อนหน้า (2567) ขณะที่ปีนี้ประเมินว่าภาพรวมในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาราว 5-10% เช่นกัน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความผูกพันในเรื่อง “โชคลาภ-ความเชื่อ” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไหว้บรรพบุรุษแบบดั้งเดิม แต่ขยายไปสู่การไหว้เพื่อสุขภาพ ความมั่งคั่ง และการเสริมดวงชะตา ซึ่งกลายเป็น “Soft Power” สำคัญที่ดึงดูดใจคนทุกเจเนอเรชัน
“เราคาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังคงมีความคึกคัก เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเพื่อการเฉลิมฉลอง และเสริมความเป็นสิริมงคล ผสานกับเม็ดเงินสะพัดในช่วงตรุษจีนในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงกำลังซื้อที่มีแนวโน้มในเชิงบวก รวมถึงพลังซอฟต์พาวเวอร์ด้านความเชื่อและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ยังทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจสำคัญ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง”
เจาะลึก 5 เทรนด์ใหญ่ “ตรุษจีน 69” ใครจับจ่ายอะไร?
ในปีนี้ท็อปส์ยังพบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงตรุษจีนที่น่าสนใจจากการจัดทำผลสำรวจอินไซต์แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์ ผ่านช่องทาง LINE TOPS Thailand และ Personal Shopper พบว่า
- Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย:
กลุ่ม Gen Y (39.5%) และ Gen X (37.7%) คือกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุด โดยมีสัดส่วนการใช้จ่ายรวมกันกว่า 77% คนกลุ่มนี้ไม่ได้มองการไหว้เจ้าเป็นเรื่องล้าสมัย แต่เป็น “หน้าที่และความภูมิใจ” โดยเน้นการจัดเตรียมอย่างถูกต้องตามประเพณีควบคู่ไปกับความสวยงาม - “คุณภาพ” ชนะ “ราคา” (Quality over Promotion):
เทรนด์ “ฉลาดเลือก” (Smart Choice) มาแรงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคถึง 84% ยืนยันว่าผลไม้มงคลคือสินค้าที่ต้องมี และกว่า 55% พร้อมควักเงินจ่ายแม้จะไม่มีโปรโมชัน หากสินค้านั้นมีคุณภาพดีจริง สดใหม่ และมีความหมายมงคล สะท้อนว่าคุณภาพคือปัจจัยอันดับหนึ่งเหนือกว่าเรื่องราคา - Smart Planner วางแผนรับมือค่าครองชีพ:
แม้จะยอมจ่ายเพื่อความมงคล แต่ผู้บริโภคกว่า 57% ยังคงกังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดพฤติกรรมการเป็น “นักวางแผน” มีการกำหนดงบประมาณล่วงหน้า (เฉลี่ยไม่เกิน 2,500 บาทต่อครัวเรือน) โดยให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันดับแรก (52%) ตามด้วยอั่งเปา (29%) - ฉลองมงคลแบบรักษ์โลก (Sustainability & No Food Waste):
เป็นครั้งแรกที่เทรนด์ความยั่งยืนเข้ามามีบทบาทในเทศกาลดั้งเดิม โดย 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้ “พอดี” เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) สอดคล้องกับแนวคิดการไหว้เจ้าแบบยุคใหม่ที่เน้นความหมายมากกว่าปริมาณ - Modern vs Traditional ความสะดวกที่มาพร้อมความหมาย:
ผู้บริโภค 67% เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด เพราะต้องการความครบจบในที่เดียว (One-stop shopping) และความเชื่อมั่นในมาตรฐานความสะอาด อย่างไรก็ตาม ช่องทางออฟไลน์ (หน้าร้าน) ยังคงแข็งแกร่งด้วยสัดส่วนยอดขายถึง 96% เนื่องจากผู้ซื้อต้องการสัมผัสและเลือกสินค้าด้วยตนเอง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นอกจากนี้ยังพบ Pain Points สำคัญของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น ความกลัวทำผิดธรรมเนียม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องของไหว้ที่ถูกต้อง ความยุ่งยากในการหาของ ที่ต้องซื้อหลายแห่ง ความกดดันด้านงบประมาณ จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ข้อจำกัดด้านเวลา จากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ท็อปส์จึงนำปัจจัยดังกล่าวมาต่อยอดสู่แคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 โดยออกแบบกลยุทธ์ด้านสินค้า โปรโมชัน ช่องทางการจำหน่าย และการสื่อสารการตลาดให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน
“ปัจจัยเหล่านี้ล้วนผลักดันให้เราพัฒนาแคมเปญที่ตอบโจทย์ ‘ความฉลาดเลือก’ ของลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งการคัดสรรของไหว้คุณภาพพรีเมียมที่หลากหลาย ครบถ้วนตามหลักมงคลในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อม โปรโมชันที่คุ้มค่ากว่าเดิม เรามั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความคึกคัก และมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้เติบโต”
กลยุทธ์ “Discover Prosperity Together” ดันยอดขาย Tops พุ่ง 20%
ทั้งนี้เพื่อตอบรับเทรนด์เหล่านี้ Tops ได้เปิดตัวแคมเปญ “THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026” ภายใต้กลยุทธ์ A.C.E. ที่นำ Data และ AI เข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ:
- A – ASSORTMENT (คัดสรรที่สุดแห่งสินค้ามงคล): ยกระดับการนำเสนอสินค้าผ่าน 4 พลังมงคล (Luck, Health, Wealth, Love) โดยมี “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ร่วมการันตีความถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกแบบ Premium Freshness
- C – CONNECT & CUSTOMER EMPOWERMENT (เชื่อมอินไซต์ด้วย AI): เป็นหัวใจสำคัญของปีนี้ โดย Tops นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานสมาชิก The 1 เพื่อทำ Hyper-Personalization ชี้เป้าความต้องการลูกค้าเป็นรายบุคคล แบ่งเป็น 3 กลุ่ม:
- ลูกค้าปัจจุบัน: กระตุ้นการซื้อซ้ำและอัพเกรดตะกร้าสินค้า
- ลูกค้าใหม่/กลุ่มศักยภาพ: ใช้ AI ตรวจจับพฤติกรรม เช่น คนที่เริ่มซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านช่วงก่อนตรุษจีน เพื่อส่งโปรโมชันชุดไหว้ให้ทันที
- ลูกค้าที่หายไป: ใช้ Data ดึงกลุ่มที่เคยซื้อเมื่อปี 2024 แต่หายไปในปี 2025 ให้กลับมาด้วยข้อเสนอที่ตรงใจ
- E – EXPERIENCE (ประสบการณ์ไร้รอยต่อ): การจัดบรรยากาศร้านให้เป็น “China Town ร่วมสมัย” และการชูระบบ Pre-order ที่เติบโตขึ้น 6.3% เพื่อแก้ Pain Point เรื่องการแย่งซื้อสินค้าในวันจ่าย รวมถึงการเชื่อมต่อช่องทาง O2O (Offline-to-Online) ที่สมบูรณ์แบบผ่านสาขากว่า 825 แห่ง
เปิดสถิติ Top 3 สินค้าขายดีวันจ่ายช่วง “ตรุษจีน”
สิ่งที่น่าสนใจในตรุษจีนปีที่ผ่านมาคือ พฤติกรรมการซื้อที่พุ่งสูงเป็นพิเศษใน “วันจ่าย” ซึ่งสถิติระบุว่ามียอดขายโตถึง 188% และขนาดตะกร้า (Basket Size) เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สินค้าที่ครองแชมป์ขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. อุปกรณ์ทำความสะอาด 2. ของสด 3. สินค้าเพื่อการปรุงอาหาร สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังคงยึดถือธรรมเนียมการ “ปัดกวาดบ้านรับโชค” และ “การล้อมวงทานอาหารในครอบครัว” อย่างเหนียวแน่น
คุณจักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยปัจจัยบวกจากความเชื่อที่เป็นที่พึ่งทางใจ และการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เราเชื่อมั่นว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 จะเห็นการเติบโตที่สดใส โดย Tops ตั้งเป้ายอดขายช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้เติบโตกว่า 20% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมตลาด โดยมุ่งหวังให้เป็นปีที่คนไทยทุกคนได้ ‘ค้นพบความเฮง‘ และความสุขร่วมกันในครอบครัว“
การขยับตัวของ Tops ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการพิสูจน์ให้เห็นว่า “ดาต้าและเทคโนโลยี“ สามารถเดินไปพร้อมกับ “ความเชื่อและประเพณี“ ได้อย่างไร้รอยต่อ








