0
OMODA & JAECOO ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้
ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ OMODA & JAECOO อยู่ในอันดับที่ 2 ในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ ได้รับความนิยมสูงสุดภายในงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิ ตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้ องการของผู้บริโภคไทยได้อย่ างตรงจุดทั้งด้านดีไซน์ที่ทั นสมัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ
แรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็ จครั้งนี้มาจากสองโมเดลหลักที่ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นำทัพโดย JAECOO 5 EV ซึ่งขึ้นแท่นเป็นรุ่นยอดนิยมสู งสุดภายในบูธ พร้อมเครื่องหมายการันตี ความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบี ยนรถไฟฟ้าในประเทศไทยสูงสุดอย่ างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2569 ความนิยมของรุ่นนี้ มาจากการนำเสนอแนวคิด “Accessible Premium” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึ งความหรูหราและเทคโนโลยีอัจฉริ ยะในราคาที่เหมาะสม ครบครันทั้งฟีเจอร์ ระบบความปลอดภัยเหนือระดับ และการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครั วไทยยุคใหม่
ขณะที่ THE NEW OMODA C5 EV ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง โดยประสบความสำเร็จในการดึงดู ดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ ไฟฟ้าระดับราคาเริ่มต้น ด้วยอุปกรณ์และฟังก์ชันที่ ครบครัน มาพร้อมกั บสมรรถนะและระบบความปลอดภัยที่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิ ตประจำวัน ผสานดีไซน์ ROBOSHARK ที่โดดเด่น สะท้อนความทันสมัยและความพรีเมี ยม ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้ มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ต้ องการคุณค่าสูงสุดจากการลงทุน
นอกเหนือจาก JAECOO 5 EV และ THE NEW OMODA C5 EV สองรุ่นยอดนิยมภายในงาน Motor Show ปีนี้ OMODA & JAECOO ยังนำเสนอไลน์อัพ JAECOO 6 EV และ JAECOO 6T EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้ า 100% ที่มาพร้อมดีไซน์ One Box Style อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เสริมความเท่ ดุดัน สะท้อนความแข็งแกร่งและตั วตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
ความสำเร็จของยอดขายในครั้งนี้ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริ โภคที่มีต่อ OMODA & JAECOO และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่ นและความพร้อมของบริษัทฯ ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้ าที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้ การประกอบรถยนต์ในประเทศ (KD) ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบในเดื อนเมษายน 2569 ควบคู่กับแผนการเปิ ดโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเป็ นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 จะช่วยเสริมศั กยภาพในการผลิต การส่งมอบ และการบริการหลังการขาย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้ านราคา พร้อมยกระดับการสนับสนุนลูกค้ าในระยะยาว เพื่อเสริมทัพความแกร่งที่มากขึ้ นด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ ายทั่วประเทศเป็น 90 แห่งภายในกลางปีนี้ รองรับการเติ บโตของตลาดและยกระดับความพร้ อมด้านบริการให้กับผู้บริโภค สอดรับกับแผนการเติบโตของบริษั ทฯ ในประเทศไท




