HomeBrand Move !!ล้วงความลับ “Haier” ใช้นวัตกรรมและความพรีเมียมสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนติดตลาดไทย ปีนี้ตั้งเป้าโต 25%

ล้วงความลับ “Haier” ใช้นวัตกรรมและความพรีเมียมสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนติดตลาดไทย ปีนี้ตั้งเป้าโต 25%

แชร์ :

 

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนเข้ามาบุกตลาดไทยมากขึ้น และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น จนมีหลายแบรนด์ติดตลาด และสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ “บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ “Haier” ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้ารวมกันที่ 14% เป็นเบอร์ 1 ในตลาด และหากรวมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รั้งเบอร์ 2 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยแล้ว

อะไรคือ กลยุทธ์ที่ทำให้ “ไฮเออร์” ครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้สำเร็จ ตาม Brand Buffet มาถอดวิธีคิด พร้อมทั้งเจาะลึกยุทธศาสตร์การตลาดในไทยนับจากนี้ที่ตั้งเป้าดันรายได้ปี 2569 เติบโตขึ้น 25% หรือแตะ 14,000 ล้านบาท

แบรนด์จีน แต่ “คุณภาพ” ระดับพรีเมียม

“ไฮเออร์” ขยายตลาดสู่ประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเริ่มจากการศึกษาตลาดก่อน กระทั่งในปี 2550 ก็ตัดสินใจบุกตลาดเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่ม Eco Product มาเจาะตลาด แต่ด้วย Perception คนส่วนใหญ่มองสินค้าแบรนด์จีนว่าเป็นสินค้าราคาประหยัด คุณภาพสู้สินค้าจากแบรนด์ญี่ปุ่น และเกาหลีไม่ได้ จึงทำให้ยอดขายช่วงแรกไม่ได้สูงมาก

แต่ไฮเออร์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ด้วยการหันมาพัฒนานวัตกรรมระดับพรีเมี่ยมสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เพราะต้องการให้คนได้เห็นคุณภาพสินค้าจีนที่แตกต่าง รวมทั้งใช้กลยุทธ์ Presenter Marketing มาช่วยขยายฐานการรับรู้แบรนด์สู่วงกว้างมากขึ้น โดยดึง “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ ต่อด้วย “ปอป้อ-ทรัพย์สิรี รัตนชัย” จึงส่งผลให้แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก และมียอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ต่อยอดสู่แบรนด์ระดับโลก

ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา “มร.ต่ง เจี้ยนผิง” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ไฮเออร์ได้ปรับ Product Portfolio ใหม่ ด้วยการหันมาพัฒนานวัตกรรมเจาะกลุ่ม Mid to High มากขึ้น เพราะเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าราคาประหยัดอย่างเดียว แต่ต้องการสินค้าคุณภาพที่ช่วยแก้ Pain Point ของพวกเขาได้ ไฮเออร์จึงเริ่มส่งนวัตกรรมมาเจาะตลาด จนปัจจุบันมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ 30% บวกกับไฮเออร์ต้องการให้ชื่อของบริษัทในสายตาผู้บริโภคเป็นแบรนด์ระดับโลก จึงดึง “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

“เมื่อก่อนคนไทยอาจจะไม่มั่นใจในการซื้อสินค้าแบรนด์จีน แต่พอแบรนด์จีนเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทั้งโทรศัพท์ และรถยนต์ รวมทั้งการเจาะตลาดพรีเมี่ยม และ Mid to high มากขึ้น อย่างเครื่องซักผ้า L+ Series ราคา 80,000 บาท แค่ 3 เดือนมียอดขายถึง 200 ตัว”

ทั้งหมดจึงทำให้ผู้บริโภคยอมรับในแบรนด์เพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากผลสำรวจ Brand Awareness ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 89% จาก 78% และในแง่ยอดขายยังเติบโตดีขึ้น โดยปีที่ผ่านมามียอดขาย 11,230 ล้านบาท หรือเติบโต 12% จากปี 2567 แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าค่อนข้างชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศจากสภาพอากาศไม่ร้อนจัด และส่วนแบ่งตลาดก็เพิ่มขึ้น โดยปี 2568 มีส่วนแบ่งตลาดเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้ารวมกันที่ 14% เป็นเบอร์ 1 ในตลาด จากปี 2567 มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 10% เท่านั้น

ลุยสินค้า Mid to High – สร้างแบรนด์ต่อเนื่อง

เมื่อผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนมากขึ้น ปีนี้ไฮเออร์จึงตั้งเป้ารายได้เติบโต 25% หรือแตะ 14,000 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่ไฮเออร์กล้าตั้งเป้ายอดขายเติบโตเท่าตัว นอกจากการเปิดรับของผู้บริโภคต่อแบรนด์จีนแล้ว มร.ต่ง เจี้ยนผิง บอกว่า ยังมาจากอีก 2 เหตุผลสำคัญ

1.สภาพอากาศ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิปีนี้จะสูงกว่าปีที่แล้ว จึงเป็นโอกาสสำหรับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ที่จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และปีนี้ยังเตรียมนำเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Air Conditioner) มาทำตลาดเพื่อตอบเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟมากขึ้นด้วย เบื้องต้นจะนำมาทำตลาด 1 รุ่นก่อนเพื่อทดลองตลาด

2.ไลน์อัพสินค้ากลุ่มตู้เย็นและเครื่องซักผ้าเพิ่มขึ้น สินค้า 2 กลุ่มนี้เป็นอีกเรือธงของบริษัท โดยเฉพาะเครื่องซักผ้า ปีนี้จะเปิดสินค้าใหม่เกือบ 20 รุ่น มากสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไฮไลท์คือ เครื่องซักผ้า 3 ถังในเครื่องเดียว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Essence Wash ซักด่วนใน 39 นาที, 3D Drying ช่วยให้ผ้าแห้งแม้อากาศชื้น และ Smart Dosing ระบบเติมน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ

ส่วนกลยุทธ์ตลาด มร.ต่ง เจี้ยนผิง บอกว่า นอกจากการส่งไลน์อัพสินค้ากลุ่ม Mid to High มาทำตลาดแล้ว ยังเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง “แบมแบม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รวมถึงใช้กลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านการเป็น Official Partner ทีมฟุุตบอลระดับโลก พร้อมกับเดินสายโรดโชว์สร้างการรับรู้ และทำแคมเปญโปรโมชั่นบันเดิลกับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมการขายหน้าร้าน

จากการเดินเกมสร้างแบรนด์ และนำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมและคุณภาพมาตอบสนองการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มร.ต่ง เจี้ยนผิง เชื่อว่า จะช่วยผลักดันแบรนด์ไฮเออร์ให้แข็งแกร่ง และดันยอดขายปีนี้เติบโตได้ตามแผนที่ตั้งไว้

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like