HomeBrand Move !!80 ยังแจ๋ว! เจาะกลยุทธ์ “ChaTraMue” สร้างแบรนด์ชาไทยรุ่นเก๋าด้วย “คุณภาพ – ราคาเข้าถึงง่าย” มัดใจ Gen Z อยู่หมัด

80 ยังแจ๋ว! เจาะกลยุทธ์ “ChaTraMue” สร้างแบรนด์ชาไทยรุ่นเก๋าด้วย “คุณภาพ – ราคาเข้าถึงง่าย” มัดใจ Gen Z อยู่หมัด

แชร์ :

เพราะ Gen Z เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ทรงพลังในตลาด เกือบทุกแบรนด์จึงอยากเข้าไปปักหมุดในใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การจะสร้าง Brand Love ในใจคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพฤติกรรมคนเจนนี้มีความต้องการแตกต่างจากเจนอื่นๆ ทว่าแบรนด์ชาไทยที่มีอายุกว่า 80 ปีอย่าง “ชาตรามือ” (ChaTraMue) กลับมัดใจวัยรุ่นได้อยู่หมัด จนขึ้นแท่นแบรนด์ยอดนิยมในหมวด Chain Tea House จากผลสำรวจ “GEN Z TOP BRAND 2026”

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ชาตรามือทำได้อย่างไร? ตามมาฟังวิธีคิดการสร้างแบรนด์ พร้อมทั้งเส้นทางการขับเคลื่อนธุรกิจชาตรามือต่อจากนี้ กับ “คุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด ในงาน GEN Z TOP BRAND 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z กับหัวข้อ “From Legacy to Trendy”

เปิดตำนานชาไทย 80 ปี

“ชาตรามือ” เริ่มธุรกิจชาจากการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาแบบ B2B ให้กับร้านค้า ร้านกาแฟ โรงแรม รวมถึงผู้บริโภค ที่ต้องการนำชาไปชงขายต่อหรือดื่มเองที่บ้าน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแบรนด์เริ่มออกงานอีเวนต์เป็นครั้งแรก และมีการชงชาให้ผู้บริโภคได้ชิมตรงหน้า ลูกค้าก็ชื่นชอบและถามว่าทำไมไม่ชงขายในงาน คุณพราวนรินทร์ บอกว่า พอคุณแม่ได้ยิน จึงตัดสินใจชงขายในงานเลย

จากนั้นก็เริ่มมีคนชวนไปเปิดร้านขายเครื่องดื่มชา เลยเห็นโอกาส และทดลองเปิดดู ปรากฎว่าผลตอบรับดีเกินคาด จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านชาอย่างจริงจังมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันชาตรามือมีสาขาในไทย 250 สาขา และต่างประเทศ 140 สาขา โดยมีโมเดลธุรกิจแตกต่างกัน ในต่างประเทศจะใช้โมเดลแฟรนไชส์ เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละประเทศแตกต่างกัน จึงต้องการผู้ที่ดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด

ส่วนโมเดลในไทย คุณพราวนรินทร์ บอกว่า ทุกสาขาจะลงทุนเองทั้งหมด และรูปแบบก็มีการปรับเปลี่ยนมาตลอดให้ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภค โดยช่วงแรกจะเน้นรูปแบบคีออสเล็กๆ ตาม BTS เน้นซื้อกลับและทูโก เพื่อตอบพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็ว ก่อนจะขยายไปอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ จากนั้นก็ขยายมาเป็นสาขาเต็มรูปแบบ เพราะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่่ในการนั่งดื่มชา ส่วนชาวต่างชาติก็ต้องการเลือกสินค้าในร้านได้มากขึ้น ทั้งยังทำให้ผู้บริโภคได้เห็นภาพแบรนด์ชัดเจนขึ้นด้วย

“คุณภาพชา” – “ราคาเข้าถึงง่าย” สูตรมัดใจ Gen Z

ถึงแม้โลกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งพฤติกรรมลูกค้า และช่องทางสื่อสาร แต่คุณพราวนรินทร์ บอกว่า Core Value ของชาตรามือจากวันแรกถึงวันนี้ยังคงเดิม ไม่เคยเปลี่ยน โดยยึดมั่นในเรื่อง “ความซื่อสัตย์ จริงใจ” ต่อลูกค้า ด้วยการผลิตชาที่ดีมี “คุณภาพ” ใน “ราคา” เข้าถึงง่าย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ชาตรามือครองใจคนรุ่นใหม่ แม้จะเป็นชาที่มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว

เพราะ 2 สิ่งนี้ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและไว้ใจในแบรนด์ เพียงแต่ในบางองค์ประกอบ เช่น ช่องทางการซื้อ การเสพสื่อ แพคเกจจิ้ง และโปรดักต์บางตัวอาจปรับให้ร่วมสมัย เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

“แต่ละเจนมีลอยัลตี้ หรือพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมือนกัน เราก็ต้องค่อยๆ ลงดีเทล และปรับให้เข้ากับแต่ละเจน”

พาแบรนด์ชาไทยบุกตลาดโลก

สำหรับก้าวต่อไปของชาตรามือ คุณพราวนรินทร์ ยังคงพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชาตรามืออยู่ในใจผู้บริโภคทุกเจน ควบคู่กับการพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่มาตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้นด้วย รวมถึงรุกขยายตลาดในต่างประเทศเพื่อให้ชาไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล

แม้วันนี้แบรนด์ชาตรามือจะเป็น Brand Love ของคนรุ่นใหม่ และก้าวไปไนต่างประเทศ แต่คุณพราวนริทร์ บอกว่า ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ยินเรื่องราวของเจนคุณพ่อคุณแม่มามากมาย ซึ่งมีทั้งช่วงเวลาที่เติบโต และเจอวิกฤตต่างๆ เช่นกัน จึงอยากให้แบรนด์ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายช่วงนี้ เรียนรู้กับวิกฤตที่เข้ามา และหาวิธีรับมือให้ได้ ถ้าทางนี้ไม่ได้ ก็ลองทางอื่น แต่จุดสำคัญคือ ต้องยึดลูกค้าเป็นหลัก แล้วจะผ่านทุกอุปสรรคไปได้ เช่นเดียวกับชาตรามือที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 80 ปี และจะเติบโตไปอีกเป็นร้อยๆ ปี

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like