ในแวดวงปาร์ตีชายแท้ระดับสากล หากเอ่ยชื่อ “GCircuit” คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน งานปาร์ตี้รวมเกย์หรือ LGBTQ+ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีไฮไลท์เด็ดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยเป็นประจำทุกปี จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญ (World Destination) ที่ชายรักชายจากทั่วทุกมุมโลกต้องบินมาเยือนสักครั้งในชีวิต
เบื้องหลังความสำเร็จที่ยาวนานถึงสองทศวรรษนี้ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์และการบริหารงานที่เกิดจาก Passion ของสองผู้ก่อตั้ง “คุณอุ้ย-สุเมธ ศรีเมือง” และ “คุณทอม-ตัน เซียงเกี๊ยบ” คู่รักที่ตั้งใจทำทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ ไอเดีย ตลอดจนดีไซน์งาน โปรดักท์ชั่นต่างๆอย่างดีที่สุด เรียกว่าเป็นลมใต้ปีกแก่กันและกันมาแล้วกว่า 26 ปี

คุณอุ้ย-สุเมธ ศรีเมือง (ซ้าย) และ คุณทอม-ตัน เซียงเกี๊ยบ (ขวา)
จุดเริ่มต้นจาก “ความไม่แฟร์” สู่การปฏิวัติวงการ ปาร์ตี้เกย์
ย้อนกลับไปเมื่อ 26 ปีที่ผ่านมา “คุณอุ้ย” และ “คุณทอม” หนุ่มนักเรียนนอกด้านไฟแนนซ์จากนิวยอร์ก พบรักกันครั้งแรก ก่อนบินไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์ก ทั้งคู่ใช้ชีวิตเหมือนคู่รักทั่วไปหากแต่มีความหลงใหลในวัฒนธรรมปาร์ตี้ (Party-Goer) ตระเวนเที่ยวปาร์ตี้หลายที่ทั้งคลับทั้งเกย์และไม่เกย์ เรียกว่ามีสัมผัสมาแล้วแทบทุกรูปแบบ ทั้งในอเมริกาและสถานที่ชื่อดังต่างๆ
จนได้กลับมาที่ประเทศไทยและพบกับความจริงที่น่าอึดอัดใจ ในยุคนั้น ปาร์ตี้เกย์มักถูกจัดให้เป็นเพียง “ลูกเมียน้อย” ในสถานบันเทิง คลับต่างๆ มักจะยอมให้จัดงานเกย์เฉพาะในวันที่ลูกค้าว่าง เช่น คืนวันพุธ วันอาทิตย์ ที่มักไม่มีคน และถูกจำกัดพื้นที่ให้ไม่อยู่ในสายตาคนนอก
ด้วยความที่มองเห็นโอกาสและหัวใจของคนที่ต้องการความเท่าเทียม ทั้งคู่จึงตั้งคำถามว่า “เราไม่อยากเป็นลูกเมียน้อย และทำไมเราไม่สร้างพื้นที่ที่ดีที่สุด ในเวลาที่ดีที่สุด สำหรับคนกลุ่มนี้” เขาจึงตัดสินใจเลือกช่วงเทศกาล “สงกรานต์” ซึ่งเป็นช่วงที่เกย์ทั่วเอเชียมักเดินทางมาไทยอยู่แล้ว มาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างอาณาจักรปาร์ตี้ที่โลกต้องจดจำ โดยสถานที่ต้องดีที่สุด ช่วงเวลาต้องเป็นช่วงวันหยุด หรือช่วงที่ลูกค้าเยอะเหมือนกลุ่มปาร์ตี้ทั่วไป จนกลายเป็นการจัดปาร์ตี้ตามคลับต่างๆ จนสร้างชื่อ
หลังจากจัดเริ่มต้นปาร์ตี้เกย์ตามคลับต่างๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ GCircuit โดยเลือกช่วงสงกรานต์เป็นหมุดหมายสำคัญ เน้นเจาะตลาดเอเชียและชูความเป็นไทยในรูปแบบพรีเมียม บัตรครั้งแรกเปิดตัวที่ราคา 2,500 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในขณะนั้น แต่ผลลัพธ์คือความสำเร็จถล่มทลาย คืนแรกที่ Hilton Millennium มีคนเข้าร่วมกว่า 1,500 คนเต็มพื้นที่”
จากความสำเร็จครั้งแรกทั้งคู่ เกิดเป็นปาร์ตี้เกย์ที่ถูกจัดขึ้นภายใต้แบรนด์ GCircuit อีกมากมาย จนเป็นที่ยอมรับระดับโลก พร้อมทะยานโกลบอลแบรนด์ในที่สุด

คุณอุ้ย-สุเมธ ศรีเมือง (ซ้าย) และ คุณทอม-ตัน เซียงเกี๊ยบ (ขวา)
ความต้องการของลูกค้ามาก่อนเสมอ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ GCircuit แตกต่างจากผู้จัดงานรายอื่น คือ การบริหารงานแบบ Hands-on ที่บริหารจัดการเองตั้งแต่ต้น ส่วนแนวคิดการดีไซน์จะเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก มากกว่าการกำหนดบทบาทจากสปอนเซอร์ที่อาจเข้ามาแทรกแซงไอเดียหรือจำกัดความคิดสร้างสรรค์ โดย “คุณทอม” จะรับบทเป็น “แม่ทัพหน้า” คอยวางคอนเซปต์และไอเดียสุดล้ำ ส่วน “คุณอุ้ย” เป็น “หลังบ้านใหญ่” จัดการงานปฏิบัติการและระบบหลังบ้านทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ
อีกหนึ่งคีย์หลักที่ทำให้ GCircuit ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วคือเรื่องของ Production ที่อลังการระดับโลก กฎเหล็กของพวกเขาคือ “ต้องเปลี่ยนโปรดักชั่นทุกวัน” หากงานจัด 4 วัน เวที แสง สี เสียง และโชว์ต้องถูกรื้อและสร้างใหม่ให้ไม่ซ้ำกันในทุกคืน เพื่อสร้างความตื่นเต้นและมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า แม้งบประมาณจะสูงเมื่อเทียบกับงานอื่นๆ
ความใส่ใจในดีเทล ยังรวมไปถึงการสร้างสรรค์คอนเซปต์ที่เป็นต้นฉบับ (Originality) ตัวอย่างที่ชัดเจนคือธีม “Adro Mada” ที่ “คุณทอม” คิดขึ้นมาเองอย่างสร้างสรรค์ในปี 2025 ก่อนที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook จะเปลี่ยนชื่ออัลกอริทึ่มใหม่เป็น Andromeda ในปี 2026 เสียด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและการก้าวล่วงหน้าเทรนด์โลกอยู่เสมอ
เส้นทางของ GCircuit ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบในปีที่ 2-4 ของการจัดงาน พวกเขาต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมือง ทั้งเหตุการณ์ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์และการปะทะกัน
“ตอนนั้นห้างสรรพสินค้าเซนไฟไหม้ (ฮอลล์ที่จะจัดงานอยู่ในนั้น) โปรดักชั่นเราเสร็จหมดแล้ว เหลืออีกแค่ 4-5 วันงานจะเริ่ม เราต้องตัดสินใจย้ายไปจัดที่ Marquee สุขุมวิท ทันที” ความท้าทายนี้ผ่านไปได้ด้วยการสื่อสารผ่านเน็ตเวิร์กส่วนตัวที่รู้จักกลุ่ม แก๊งค์จัดงานในแต่ละประเทศและการบอกต่อปากต่อปาก จนทำให้งานเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในปี 2009 ปาร์ตี้ที่ “Falabella” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้ GCircuit ด้วยการนำการเล่นน้ำมาเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้จนกลายเป็น “ซิกเนเจอร์” ที่ทั่วโลกจดจำ โดยยังคงรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ปิด (Indoor) เพื่อความสบายใจของลูกค้า
Adro Mada – City of Tomorrow จัดใหญ่ฉลอง 20 ปี รับสงกรานต์ 2026
ล่าสุดปีนี้ GCircuit ได้จัดงานใหญ่ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นอีเวนต์หลักประจำปี พร้อมฉลองครบรอบ 20 ปี ในวันที่ 10-13 เมษายน 2026 นี้! โดยงานจะจัดขึ้นภายใต้ธีม Adro Mada – City of Tomorrow พร้อมกับเวที-แสงสีเสียงจัดเต็มยิ่งกว่าปีก่อนๆ พร้อมดีเจระดับโลกในงานถึง 9 คน ที่จะจัดขึ้นที่ UOB LIVE EMSPHERE

Adro Mada – City of Tomorrow
และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเหล่ากองทัพ Gogo Dancer และนายแบบหนุ่มหล่อหุ่นแซ่บ ที่จะมาเพิ่มความเร่าร้อน ให้กับงานในครั้งนี้ โดยยังคงจุดแข็งลูกค้าสามารถถอดเสื้อและสนุกได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
รูปแบบการจัดงานในปีนี้จะมีทั้ง Night Party และ Pool Party ให้ได้เลือกไปสนุกกันเช่นเคย เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเกย์จากทั่วโลก โดยเฉพาะ จีน อเมริกา และเอเชีย ส่วนตเป็นงานที่ประกาศชัดเจนว่าเป็น “Gay Party” สนนราคาบัตรแบบเหมา 4 วัน 4 Day Pass (Night Party) เริ่มต้น 9,000.- และบัตร Single Pass เริ่มต้น 2,700.- โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 30,000 คน ทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
เป้าหมายของ GCircuit ไม่ใช่แค่การขายบัตร แต่คือการสร้าง Total Experience “คุณทอม” เล่าว่าเขาต้องการให้ลูกค้าสัมผัสถึงความ “Wow” ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้างาน หัวใจต้องเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ความสำเร็จในมุมของเขาไม่ใช่ตัวเลขกำไร แต่คือการได้เห็นคนมางานแล้วมีความสุข ได้พบรัก และกลายเป็นชุมชน (Community) ที่เหนียวแน่น มีลูกค้าบางคนเฝ้ารอคอยจะมางานนี้ตั้งแต่อายุ 12 จนกระทั่งบรรลุนิติภาวะถึงได้บินมาสัมผัสด้วยตัวเอง
หัวใจของ GCircuit คือความใส่ใจในดีเทลแบบดีไซน์เนอร์และอาร์ตติส ที่ทั้งคู่คอยเป็นลมใต้ปีกบริหารจัดการเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดย “คุณทอม” คือเจ้าของไอเดีย ส่วน “คุณอุ้ย” คือฝ่ายปฏิบัติการ (Operation) ที่ทำให้ภาพฝันเป็นจริง
- Production is King: GCircuit ลงทุนมหาศาลกับโปรดักชั่น เช่นที่ผ่านมามีการจัดงาน “4 คืน 4 แบบ” โปรดักชั่นต้องไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละคืน แม้ต้นทุนจะสูงลิบจนบางปีแทบไม่ได้กำไร แต่เพื่อสร้างชื่อและ Total Experience ให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้างาน พวกเขาก็ยอม
- Originality: ความเป็นออริจินัล ไม่เคยก็อปปี้ใคร เช่น ธีม “Adro Mada” และพร้อมจะเดินหน้าสร้างสิ่งใหม่เสมอที่ไม่ซ้ำของเดิม
- Customer Centric: ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากกว่าสปอนเซอร์ ทุกอย่างต้องดูแพง มีราคา และคุ้มค่ากับค่าบัตรที่ปัจจุบันอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทต่อคืน
วิสัยทัศน์เพื่อชาติ “ปาร์ตี้” ที่เป็น Soft Power ของไทย
ปัจจุบัน GCircuit ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริง แต่คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงสงกรานต์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending ทั้งจากจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในโรงแรม ร้านอาหาร และบริการต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ “คุณอุ้ย” ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันประเด็นทางสังคมอย่าง สมรสเท่าเทียม และการดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 โดยเชื่อมั่นว่าภาพลักษณ์ความเป็น “Gay Friendly” ของไทย ควบคู่ไปกับมาตรฐานการจัดปาร์ตี้ระดับสากล จะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ
ไม่เพียงแต่ความสำเร็จในแง่มุมของ Entertainment หากแต่ปาร์ตี้ของ GCircuit ยังสร้างคู่รักในงานมาแล้วมากมาย ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย หากแต่คือคู่รักที่เป็นรักแท้ของกันและกันหลายๆคู่
อย่างไรก็ดีท่ามกลางงานเฟสติวัล อีเวนต์ช่วงสงกรานต์ที่เติบโตต่อเนื่องในไทย แม้ว่าจะมีการแข่งขันสูง แต่ GCircuit ไม่ได้มองว่างานอื่นอย่าง S2O หรือมิวสิคเฟสติวัลเป็นคู่แข่ง มองว่าเป็นพันธมิตรที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวมาไทย ลูกค้าเกย์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (High Spending) มักเดินทางมาอยู่ไทยอย่างน้อย 7 วัน เพื่อใช้ชีวิต กิน เที่ยว และนวด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นกอบเป็นกำ
สำหรับตัวงานเองมีการปรับกลยุทธ์บัตรเข้างานเป็น Single Ticket ด้วย นอกเหนือจากบัตร Combo 4 Nights เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้างานมากชึ้น พร้อมกับเซอร์ไพรส์โชว์แบบคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน
นอกจากนี้พวกเขาคิดไปไกลไปถึงการผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 และการต่อยอดธุรกิจที่รองรับ LGBTQ+ เช่น โรงพยาบาลเฉพาะทางในเชียงใหม่ หรือบ้านพักวัยเกษียณที่ภูเก็ต เพื่อทำให้ไทยเป็นเมืองเปิดต้อนรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
20 ปี ส่งต่อไม้ต่อเริ่ดๆแบบ “Anna Wintour” สร้าง New Gen สานต่อความสำเร็จ
หลังจากยืนหยัดมานาน 20 ปี ทั้งคู่ตั้งเริ่มวางแผนถึงอนาคต วางแผน “Step Out” โดยใช้โมเดลแบบ Anna Wintour (แอนนา วินทัวร์) คือการถอยมาอยู่เบื้องหลัง ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ที่มีทีมงานกว่า 10 คนเข้ามาบริหารจัดการและเสนอไอเดียมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงเด็กรุ่นใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และสร้างเป็น Legacy ของแบรนด์ Gcircuit ต่อไป
“ปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป จากที่เคยซื้อบัตร Combo ถึง 80% ปัจจุบันเหลือ 50% และหันมาซื้อบัตรซิงเกิลไนท์มากขึ้น GCircuit ก็ปรับตัวตามเพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้าทุกกลุ่ม”

Screenshot
“เรากล้าประกาศว่าเราคือเกย์ปาร์ตี้ มีถอดเสื้อคือถอดเสื้อ เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อให้คนที่มามีความสุข และนั่นคือผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเรา ซึ่งจากนี้ไปเราได้วางแผนในการสร้างทีม New Gen ขึ้นมาเพื่อสานงานต่อ พร้อมต่อยอดไปยังอีเวนต์อื่นๆของเหล่า LGBTQ+ มากขึ้น อย่างกลุ่ม หญิงรักหญิงที่มองว่ามีโอกาสในการเติบโต”
ปีหน้า GCircuit ยังเตรียมเพิ่มความแปลกใหม่ เพื่อย้ำเตือนว่าแม้เวลาจะผ่านไป 20 ปี แต่อาณาจักรแห่งความสุขนี้จะยังคงเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยว คู่รัก และ นักธุรกิจทั่วโลกสืบไป
“แบรนด์ GCircuit ต้องอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง แม้วันหนึ่งจะไม่มีผมกับพี่อุ้ยอยู่บนเวทีแล้ว” คุณทอมกล่าวทิ้งท้ายถึงอนาคตของบริษัท








