

สำหรับทิศทางปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายและแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก แต่อย่างไรก็ตาม แสนสิริเล็งเห็นโอกาสบางประการ อาทิ จากการประสานพลังระหว่างนโยบายการคลังโดยรัฐบาลใหม่ที่เร่งวางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินหลัง กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งมีผลทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนเหล่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินอย่างตรงจุด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ
ในปี 2569 เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท สูงสุดในตลาดอสังหาฯ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ครอบคลุมทุก SEGMENT ทั่วประเทศ ทุกระดับราคา และตั้งเป้ายอดขายคอนโดที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนคอนโดที่ 17,500 ล้านบาท
“แม้เป้าหมายในปีนี้จะมีความท้าทาย สวนกระแสทิศทางตลาด แต่ด้วยความพร้อมของคอนโดมิเนียมรอโอนกว่า 20,000 ล้านบาท ผนวกกับทรัพยากรที่แข็งแกร่งและมาตรฐานการบริการอันดับ 1 โดยเฉพาะความสำเร็จในทำเลศักยภาพอย่างภูเก็ตที่ทำยอดขายได้ดีต่อเนื่องทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงเชียงใหม่ และโครงการในขอนแก่นที่กระแสตอบรับดีเยี่ยม เราจึงมั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตและครองความเป็นผู้นำเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอสังหาฯ ไทยต่อไป” นายองอาจกล่าว
ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บมจ. แสนสิริ ให้ข้อมูลว่า กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมแสนสิริ เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจขององค์กร เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ที่มากกว่าการอยู่อาศัย โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก มุ่งรักษาความเป็นหนึ่งในตลาด และครองอันดับหนึ่งในใจลูกค้าต่อเนื่อง ได้แก่
1. THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENT
สานต่อความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดอสังหาฯ ระดับบน ด้วยการส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่ม Premium รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาท ได้แก่ คอนโด Via (เวีย) 3 โครงการ กับ Via 34 (เวีย 34), Via 61 (เวีย 61) และ Via ARI (เวีย อารีย์), SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) และ The Standard Residences Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน) เพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ที่ต้องการโปรดักส์คุณภาพระดับสูง
ควบคู่กับการสร้างปรากฏการณ์ The Return of Icons นำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้ง นำโดยแบรนด์ XT (เอ็กซ์ที) กับโครงการใหม่ XT 10 EKKAMAI (เอ็กซ์ที เทน เอกมัย) คอนโดใจกลางเอกมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และคอนโดแบรนด์ THE MONUMENT (เดอะ โมนูเมนต์) กับโครงการใหม่ THE MONUMENT Sathon (เดอะ โมนูเมนต์ สาทร) ที่เตรียมเปิดตัวในปีนี้
2. STRATEGIC EXPANSION & PARTNERSHIP
เดินหน้าขยายโครงการบนทำเลศักยภาพ บนทำเล STRATEGIC LOCATION ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ เตรียมเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,200 ล้านบาท ได้แก่ หัวหิน (HUB Hua Hin – ฮับ หัวหิน), พัทยา (dcondo vite – ดีคอนโด วีเต) และภูเก็ต ซึ่งได้เปิดตัว RHEA by Sansiri (รีอา บาย แสนสิริ) คอนโดใหม่ ใกล้หาดสุรินทร์-บางเทา และอีก 3 โครงการใหม่ในทำเลเชิงทะเล, ป่าตอง และสามกอง
พร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ อย่าง บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมทุนพัฒนา LOVE Charoen Nakhon (เลิฟ เจริญนคร) มูลค่า 6,500 ล้านบาท จากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri และสานต่อความร่วมมือกับ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อเนื่อง โดยแสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่มุ่งพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมทุก SEGMENT ทั่วประเทศ ทุกระดับราคา ตั้งแต่ Luxury ไป Affordable โดยมีแบรนด์ LOVE by Sansiri มาสนับสนุนพอร์ตคอนโดในกลุ่ม MEDIUM SEGMENT ในปีนี้
3. FUTURE LIVING & COMMUNITY EVOLUTION ยกระดับการอยู่อาศัยเพื่อ Well-being สูงสุด
ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต เปลี่ยนนิยามคอนโดสู่การดูแลสุขภาพกาย-ใจระยะยาว ครอบคลุมทั้ง Physical Well-being (อากาศ/น้ำ/แสงธรรมชาติ), Mental Well-being (พื้นที่สีเขียว/Pet-friendly) และ Security อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย LIV-24
- Pet-friendly Landmark: ยกระดับสู่ Pets Welcome Condo ตั้งเป้าขยายเป็น 20 โครงการ มูลค่ารวม 46,200 ล้านบาท ภายในปี 2569
- Sansiri Community: ตอกย้ำความสำเร็จของสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบในกลุ่มคอนโดมิเนียม ด้วย Sansiri Rangsit Campus Community โดยมี T77 Community เป็นโปรเจกต์ต้นแบบแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จ
ประเดิมไตรมาสแรกกับ ‘LOVE Charoen Nakhon’
เน้นเจาะกลุ่มคน Urban Professional ที่มองหาการใช้ชีวิตที่มีความหมาย ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ความสัมพันธ์ระหว่าง People กับ Pet และใส่ใจ Well-being อย่างแท้จริง โดยได้รับการออกแบบให้เป็น คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกและแห่งเดียวในย่านเจริญนคร ที่ให้ทุกสมาชิกสามารถอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันได้อย่างสมดุล สะท้อนแนวคิดของคอนโดมิเนียมต้นแบบที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในทุกมิติ
พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่าง 14 – 15 มีนาคม นี้! ลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษ https://siri.ly/7tBswt1



