ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด Kidult Economy ของไทย ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแส Art Toy และของสะสมลิขสิทธิ์จนกลายเป็นมูลค่ามหาศาล ชื่อของ Rolife แบรนด์โมเดลไม้ DIY ระดับโลกภายใต้ Robotime คืออีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่แต่เป็นที่รู้จักในตลาดโลกกำลังเดินหน้าเข้ามารุกตลาดในไทย
ย้อนกลับไปในปี 2007 ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมต่างๆที่แข่งขันแรง กลุ่มวิศวกรหุ่นยนต์กลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันด้วยความฝันที่จะสร้าง “ธุรกิจของตัวเอง” ที่มีหัวใจมากกว่าแค่เครื่องจักร พวกเขาไม่อยากให้ผลงานเป็นเพียงแค่อุตสาหกรรมหนักที่ไร้ชีวิตจิตใจ จึงตัดสินใจนำทักษะวิศวกรรมที่แม่นยำมาผสานกับงานศิลปะ จนกลายเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “Robotime” (โรโบไทม์)
จากวันนั้น แบรนด์ไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศจีน แต่มุ่งเป้าไปที่ “คนทั้งโลก” พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านงานคราฟต์และโมเดลไม้ DIY และในปี 2024 นี้เองที่ Rolife ภายใต้การนำเข้าของ บริษัท อาร์ดีเอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (RDX International) ได้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักในการขยายตลาดค้าปลีกของตัวเองต่อจากญี่ปุ่นและอเมริกา
คุณวิลเลี่ยม เว่ย ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกและต่างประเทศ บริษัท โรโบไทม์ จำกัด (ประเทศจีน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ Rolife ผู้นำระดับโลกด้านงานคราฟต์และโมเดลไม้ DIY กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดและมีศักยภาพสูงสุดสำหรับเราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราพบว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานดีไซน์ แต่ยังมองหาสินค้าที่สามารถสื่อสารถึงตัวตนและช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้จริง
จาก Yumeya 30 สาขา สู่ปรากฏการณ์ Tiny Town by YUMEYA
อย่างไรก็ดีการเข้ามาทำตลาดไทยครั้งนี้เน้นการทำตลาดผ่านพาร์ทเนอร์อย่าง บริษัท อาร์ดีเอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีรากฐานที่แข็งแกร่งด้วยการทำตลาดผ่านร้าน “Yumeya” (ยูมิยะ) ซึ่งโลดแล่นในห้างสรรพสินค้าไทยมานานกว่า 12 ปี มีสาขากว่า 30 แห่ง และถือลิขสิทธิ์การ์ตูนดังระดับโลกกว่า 10 คาแรคเตอร์ อาทิ Demon Slayer, Conan และ One Piece
แต่ก้าวต่อไปคือความท้าทายใหม่! เมื่อกระแส “Kidult Economy” (ผู้ใหญ่หัวใจเด็ก) และ “Art Toy” กำลังบูมถึงขีดสุด คนไทยไม่ได้ต้องการแค่ฟิกเกอร์มาตั้งโชว์ แต่ต้องการ “กิจกรรม” ที่ช่วยบำบัดจิตใจ (Healing Experience) และนั่นคือที่มาของ Experience Zone “Tiny Town by YUMEYA” ครั้งแรกในไทย บนพื้นที่กว่า 400 ตร.ม. ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
การเปิดตัว Experience Zone ‘Tiny Town by YUMEYA’ ในครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้นำเสนอแนวคิด Life-size Experience เป็นครั้งแรก เพื่อย่อระยะห่างระหว่างโลกแห่งจินตนาการและโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากที่นี่ จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Rolife ในฐานะผู้นำด้าน Healing Lifestyle Brand ที่เข้าถึงหัวใจของกลุ่ม Kidult ในไทยได้อย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ “Experience-driven Growth” และความปังของคอลแลบ Sanrio
คุณสุขจิต ขจิตมณี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อาร์ดีเอกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ Rolife เผยว่า “ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มให้คุณค่ากับกิจกรรมที่สร้างสมาธิและความภูมิใจระยะสั้นมากขึ้น Rolife จึงไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ของเล่น แต่แข่งขันในพื้นที่ของ ‘เวลาและความสนใจ’ ของผู้บริโภค เรามองว่าการประกอบโมเดลคือกิจกรรมที่มี Value per Hour สูง เพราะใช้เวลาอย่างมีเป้าหมาย มีผลลัพธ์ชัดเจน และสามารถต่อยอดเป็นของตกแต่งบ้านหรือของขวัญที่มีเรื่องราวได้
โดยการทำตลาด Rolife ไม่ได้ขายแค่โมเดลบ้านตุ๊กตา แต่ขาย “ช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจ” โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือ
- Life-size Experience: ทุ่มงบ 20 ล้านบาท พร้อมขยายสาขาเพิ่ม 5 แห่งในปีนี้ และเนรมิตโมเดลจิ๋วให้กลายเป็นพื้นที่ขนาดจริง ให้คนเข้าไปสัมผัสเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน
- Lisa Effect & Sanrio: เตรียมนำเข้าคอลเลกชันพิเศษที่คอลแลบกับ Sanrio (ที่ “ลิซ่า Blackpink” เคยโพสต์ลงโซเชียล) เข้าไทยในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์ Sold out ได้ไม่ยาก
- Workshop & Live Commerce: เตรียมขยายโซนเวิร์คช้อปไปยัง 10 สาขาทั่วไทย เช่น ขอนแก่น และเชียงใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้มานั่งประกอบโมเดล รับคำแนะนำ และยังสามารถใช้พื้นที่จัด Live ขายสินค้าได้ทันที
เป้าหมาย 50 ล้านบาท กับสินค้าใหม่ 400 รายการต่อปี
ด้วยจุดแข็งของการเป็นแบรนด์ที่มีนวัตกรรมสูง Rolife ออกสินค้าใหม่ถึง 400 รายการต่อปี ครอบคลุมตั้งแต่มือใหม่ที่ใช้เวลาประกอบ 30 นาที ไปจนถึงมือโปรที่ต้องการความละเอียดสูง โดยในส่วนของประเทศไทยจะมีการคัดเลือกรายการที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาทำตลาดอย่าวต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 50 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 70 ล้านบาทในปี 2569
“เราไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ของเล่น แต่เราแข่งกับเวลาและความเครียดของผู้บริโภค เราอยากให้ Rolife เป็นพื้นที่ที่คนทำงานได้กลับมาโฟกัสกับตัวเอง และสร้างความสุขเล็กๆ ด้วยมือของเขาเอง“ คุณสุขจิต กล่าวเสริม








