ในยุคที่ AI ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ AI Phone ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน AI Phone ที่มีการเติบโตน่าสนใจคือ “Galaxy S26 Series” ด้วยยอดจองล่วงหน้าพุ่งขึ้น 40% และ Social Buzz โต 2.1 เท่า หลังจากเปิดตัวในไทยไม่ถึง 2 สัปดาห์ ทำไม Galaxy S26 Series ถึงฮอต? ตามมาถอดความสำเร็จกับ “คุณสิทธิโชค นพชินบุตร” President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด
คนไทยใช้ AI Phone ติดท็อปโลก
ถึงแม้ AI Phone เพิ่งจะเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยได้เพียง 2 ปี แต่ตลาดมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว คุณสิทธิโชค บอกว่า ปัจจุบันมีสัดส่วนเกิน 10% ของตลาดรวมสมาร์ทโฟนแล้ว เพราะพฤติกรรมคนไทยใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันอยู่ที่ 36% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 24% หนึ่งในฟีเจอร์ที่มีการใช้งานมากที่สุดคือ Photo Assist และ Generative AI เติบโตเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่อนาคตยังประเมิน “ยาก” ว่า AI Phone จะเติบโตต่อแค่ไหน เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมการใช้งานส่วนใหญ่เป็นการใช้ AI แบบไม่รู้ตัว
สำหรับซัมซุงพัฒนา AI Phone สู่ตลาดมา 3 รุ่นแล้ว เริ่มจาก Galaxy S24 ตามด้วย Galaxy S25 และล่าสุดคือ Galaxy S26 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสามารถทำยอดจองล่วงหน้าเติบโตขึ้นถึง 1.4 เท่า หรือคิดเป็น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งลูกค้า Gen Z ยังใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 25% ด้วย เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Galaxy S26 ได้รับความนิยม คุณสิทธิโชค มองว่า มี 2 ปัจจัยนั่นคือ “Innovation” ที่ตั้งต้นมาจากความต้องการของ Consumer
เพราะจุดเด่นของซีรี่ส์นี้นอกจากความสามารถด้าน AI ที่ตอบความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีการใช้งาน AI ติดอันดับ 1 และ 2 ของโลก โดยเฉพาะเรื่องถ่ายรูปแล้ว ยังมีฟีเจอร์ “จอกันเผือก” หรือ “Privacy Display” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาจากการที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความเป็นส่วนตัวบนสมาร์ทโฟน จนกลายเป็นนวัตกรรมหน้าจอบนมือถือที่ป้องกันการมองเห็นหน้าจอจากสายตาคนรอบข้างเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปิด-ปิดได้ทันทีเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
“ใครคิดว่าเรื่องจอไม่สำคัญ จากข้อมูลพบว่าผู้บริโภคถึง 60% ใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนมากขึ้น เพราะต้องการความปลอดภัยโดยเฉพาะเวลาใช้งานแอปธนาคารหรือการคุยแชทในที่สาธารณะ”
คนไทยเปลี่ยนมือถือเร็วขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนวัตกรรมที่ตอบความต้องการลูกค้าแล้ว อีกปัจจัยที่ทำให้ Galaxy S26 มียอดจองเติบโตแบบก้าวกระโดด คือ การทำตลาดที่เน้นช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น ส่งผลให้สถิติการค้นหา (Search Trend) บนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นถึง 20% และมียอด Social Buzz ทุกช่องทางเติบโตขึ้น 2.1 เท่า
คุณสิทธิโชค บอกว่า ผลลัพธ์จากการตอบรับของ Galaxy S26 นอกจากจะทำให้เห็นเทรนด์การเติบโตของตลาด AI Phone แล้ว ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมการซื้อสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนไปด้วย โดยพบว่า ระยะเวลาในเปลี่ยนมือถือ “เร็ว” ขึ้น จากเดิมเฉลี่ยที่ 3 ปี และคนอัพเกรดไปใช้สมาร์ทโฟนรุ่นที่สูงขึ้น เพราะมีเครื่องมือทางการเงิน หรือโปรแกรมการผ่อนชำระที่เข้าถึงง่าย ทำให้ไม่ต้องรอเก็บเงินก้อน จากเมื่อก่อนคนซื้อเงินสด 70% แต่ปัจจุบัน 70% ซื้อด้วยเงินผ่อน เพราะส่วนต่างราคาระหว่างรุ่นเริ่มต้นกับพรีเมียมไม่ต่างกันมาก
จึงส่งผลให้ฐานลูกค้า S Series ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 230% และทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มบนมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 20% ของตลาดรวมแล้ว
ความสำเร็จของ Galaxy S26 สะท้อนให้เห็นชัดว่า เกมการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนวันนี้ ไม่ได้แข่งกันที่แค่สเปกเครื่องที่เร็วและแรง รวมถึงดีไซน์เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ยังแข่งในเรื่องฟีเจอร์ที่ตอบการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากแบรนด์ไหนพัฒนาฟีเจอร์มาแก้ Pain เหล่านี้ได้ ก็สามารถชนะใจผู้บริโภคได้เช่นกัน
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






