HomeBrand Move !!ไตรมาส 1 ยังท้าทาย.. “เดอะมอลล์” เปิดอีเวนต์ตรุษจีน JOY LUCK LOVE ปลุกค้าปลีก กระตุ้นเม็ดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

ไตรมาส 1 ยังท้าทาย.. “เดอะมอลล์” เปิดอีเวนต์ตรุษจีน JOY LUCK LOVE ปลุกค้าปลีก กระตุ้นเม็ดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

แชร์ :

ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนในไตรมาสแรกของปี 2569 “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” ได้ส่งสัญญาณการปรับตัวครั้งสำคัญผ่านโมเดล Agile Marketing ที่เปลี่ยนผ่านจากการวางแผนระยะยาวสู่การขยับตัวรายเดือนเพื่อรับมือความท้าทายแบบเรียลไทม์ พร้อมประเดิมศักราชใหม่ด้วยแคมเปญ “JOY LUCK LOVE” ไม่ใช่เพียงการจัดอีเวนต์ตามฤดูกาล แต่คือการใช้ DATA เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อยกระดับ “ตรุษจีน” ให้กลายเป็น Economic Destination หวังปลุกกำลังซื้อสะพัดกว่า 4,200 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นการเพิ่มมูลค่าต่อบิลและยืดเวลาการใช้จ่าย (Time Spend) ในระบบค้าปลีกให้ยาวนานขึ้นมากกว่าการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ความน่าสนใจของกลยุทธ์ในปีนี้คือการสร้าง Retail Ecosystem ที่ไร้รอยต่อผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากจีน ทั้งในกลุ่ม FinTech, Content Streaming อย่าง iQIYI และสายการบินชั้นนำ เพื่อดึงดูดทั้งกลุ่มโลคัลและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเดอะมอลล์ในการวางหมากให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง ‘วัฒนธรรม’ และ ‘ไลฟ์สไตล์’ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในสมรภูมิค้าปลีกที่ทวีความรุนแรงขึ้น

 

ส่องไตรมาส 1/69 “ค้าปลีก” ท่ามกลางความท้าทายมรสุมเศรษฐกิจโลก

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจและค้าปลีกไตรมาส 1 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยยังคงต้องเผชิญความท้าทาย และถือว่าบังเป็นอีกปีที่เหนื่อย เนื่องจากต้องเผชิญปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างผันผวนตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ไม่ว่าจะเป็น ราคาทองคำที่ขึ้น-ลง ตลอดเวลา บิทคอยด์ และราคาหุ้นที่ผันผวนพร้อมกันทั้ง 3 ปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกค่อนข้างไม่แน่นอน ตลอดจนปัญหาระหว่าง จีน อเมริกา และยุโรป ก็ล้วนแต่มีผลต่อเศรษฐกิจทั้งสิ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งจับตา ขณะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ก็มีผลต่อการแข่งขันในธุรกิจ โดยเฉพาะภาคค้าปลีกที่ต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น ตอบโจทย์มากขึ้น 

 

 

“จากปัจจัยต่างๆที่เข้ามาหากปรับตัวเร็วไปก็จะมีผลต่อต้นทุนในการทำงาน แต่หากปรับตัวช้าไป ก็จะไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ซึ่งในอดีตเรามีการวางแผนระยะยาว 3-5 ปี แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำแบบนั้นได้ซึ่งจากปัจจัยลบที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เราต้องมีการปรับตัว ซึ่งจะเป็นการปรับตัวทุกไตรมาสหรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกเดือน เพื่อพร้อมรับมือทั้งปัจจัยด้านเศรษฐกิจและผู้บริโภค”

 

เปิดอินไซต์คนไทย (เชื้อสายจีน) ทำไม “ตรุษจีน” กลายเป็นเทศกาลสำคัญรับต้นปี

แม้ในช่วงไตรมาส 1/69 สภาวะเศรษฐกิจจะค่อนข้างผันผวน แต่ “คุณวรลักษณ์” กลับมองว่า ท่ามกลางความท้าทายยังมีโอกาสในการเติบโตอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดแคมเปญเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อ ในภาคค้าปลีกได้เป็นอย่างดี ซึ่ง “เทศกาลตรุษจีน” ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญของไตรมาสแรก และยังถือเป็นเทศกาล (Festive) ที่สำคัญเป็นอันดับสองของปีอีกด้วย

โดยปี 2569 เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังคงเน้นการทำกลยุทธ์หลักที่เน้นการจับจ่าย (Spending) และกิจกรรม (Event) สำคัญหลักๆที่ทางกลุ่มพยายามขับเคลื่อนกำลังซื้อให้เกิดขึ้น โดยมีการนำ DATA และพฤติกรรมต่างๆของผู้บริโภคเข้ามาวิเคราะห์ร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น โดยอินไซต์ดังกล่าวถูกนำมาสู่การออกแบบกิจกรรมอีเวนต์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป อย่างเป็นระบบผ่านเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ 

ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อยกระดับ “เทศกาล” ให้เป็น Destination ทางเศรษฐกิจ เน้นให้ความสำคัญไปที่การเชื่อมโยงเทศกาลให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ตั้งแต่การจับจ่ายสินค้า การรับประทานอาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ของครอบครัว เพื่อต่อยอดเวลาการใช้จ่าย (Time Spend) และมูลค่าต่อบิลในระบบค้าปลีกและบริการ มากกว่าการจัดแคมเปญกระตุ้นระยะสั้น

 

 

“เรามองตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเราจึงออกแบบตรุษจีนในฐานะ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมายทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเมื่อเทศกาลถูกออกแบบจากชีวิตจริงของผู้คนจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำให้ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี” คุณวรลักษณ์กล่าว

 

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่า วันจ่ายยังคงเป็นวันที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด กับการเตรียมของไหว้ อาหารมงคล ขณะที่ วันไหว้เป็นวันที่มีความหมายทางอารมณ์ของครอบครัว มากที่สุด  ความหมายของการอยู่พร้อมหน้า อาหารที่ไหว้ได้ กินต่อได้ และสร้างเรื่องราวร่วมกัน  วันเที่ยวถือเป็นวันที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายสูงที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร แฟชั่น และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ สะท้อนพฤติกรรมการออกจากบ้าน ใช้เวลา กิน เที่ยว ถ่ายภาพ และเริ่มต้นปีใหม่ร่วมกัน

 

ทุ่ม 240 ล้านบาท JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026” ปลุกเม็ดเงินสะพัด 2.4 พันล้านบาท

จากอินไซต์ทั้งหมดทำให้เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยกระดับแคมเปญด้วยกลยุทธ์ Customer-Centric Festive   ผ่าน  3 แกนหลัก ได้แก่ JOY • LUCK • LOVE ในแคมเปญ “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026”  รับตรุษจีนแรกของปีด้วยการเปิดศักราชปีมะเมียธาตุไฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์  มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” สัญลักษณ์ของพลัง ความกล้าหาญ และความสำเร็จ  ในการเริ่มต้นปีใหม่

พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรจีนระดับโลก ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล การเงิน คอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ อาทิ Alipay, UnionPay, WeChat Pay, iQIYI และพันธมิตรจีนอีกหลากหลายมิติ เพื่อสร้าง  Retail Ecosystem ส่งมอบประสบการณ์ ‘ตรุษจีน’ ที่ครบและแตกต่าง ภายใต้งบประมาณ 240 ล้านบาท

คุณวรลักษณ์ กล่าวต่อว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป มองตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเราจึงออกแบบตรุษจีนในฐานะ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมายทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเมื่อเทศกาลถูกออกแบบจากชีวิตจริงของผู้คนจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำให้ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี”

 

ส่องไฮไลต์ “ตรุษจีน 2569” ผ่าน 3 แกนหลัก JOY • LUCK • LOVE

  •   JOY – ECOSYSTEM & PARTNERSHIP

 จับมือ พันธมิตรแบรนด์จีนระดับโลกในทุกมิติ ได้แก่  แพลตฟอร์มการเงินและไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่าง Alipay, UnionPay, WeChat Pay, แบรนด์เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์จีนยุคใหม่ เช่น Xiaomi, Haier, CHAGEE, แพลตฟอร์มคอนเทนต์และการท่องเที่ยวอย่าง  iQIYI, Trip.com  รวมถึงสายการบินจีนระดับประเทศ Zeekr , Air China, China Southern, Shandong Airlines, China Eastern, Shenzhen Airlines ร่วมยกระดับ ‘ตรุษจีน’ ให้เป็นมากกว่า ‘อีเว้นต์’

สร้าง Cross-border Customer Journey ที่สร้าง Brand Experience ร่วมกันในเชิงการตลาด จนถึงการร่วมส่งมอบประสบการณ์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ได้แก่ ความร่วมมือกับ iQIYI  มาร่วมออกแบบประสบการณ์จากซีรีย์ดัง  “How Dare You ทะลุมิติตะลุยวังหลวง”ที่จำลองบรรยากาศสวยงามจากซีรีย์มาให้ผู้ติดตามในเมืองไทย ได้ถ่ายรูปสวยๆ พร้อมกับการได้เลือกซื้ออาหารมงคลในอาณาจักรอาหารมงคลที่มีมากกว่า 3,000 เมนู ซึ่งนับเป็นการ Co Branded Experience  ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จะสามารถสร้างความสนใจให้กับกลุ่มลูกค้าเจน Z เพิ่มขึ้น

 

 

  • LUCK – CULTURAL TRUST  

เดอะมอลล์ กรุ๊ป นับว่าเป็น ‘ต้นตำรับ’ ของพิธีสักการะสิ่งศักดิ์ตามศาสตร์ประเพณีจีนในวันขึ้นปีใหม่ โดยได้จำลองดินแดนวิหารสวรรค์เทพเจ้ากวนอู ปาง เป็นครั้งแรกในประเทศไทย อัญเชิญ เทพเจ้ากวนอู’ องค์จำลองจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ที่มีตำนานความศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 200 ปี มาประดิษฐาน ตั้งแต่วันที่ 12 -22 ก.พ นี้  ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

ไม่เพียงเท่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 14 ก.พ ได้มีการอัญเชิญเทพเจ้า ‘หยุคโหลว’ (Yue Lao) เทพเจ้าแห่งความรักและการแต่งงาน มาร่วมเสริมพลังความรัก โดย 2 อาจารย์ดัง ได้แก่ อ.คฑา ชินบัญชร ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และ ซินแสเป็นหนึ่ง ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  และโปรโมชั่นอีกมากมาย

  • LOVE – EMOTIONAL ENERGY

รวบรวมพลังของความรักจากคู่ขวัญในซีรีย์บอยเลิฟที่เป็นกระแส มาร่วมสร้างทราฟฟิกในเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. เริ่มด้วยพิธีมงคลสักการะเทพเจ้ากวนอูที่ปลุกเสกและอัญเชิญจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วานในช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค จะมีการฉลองด้วยการแสดงสุดตระการตา พร้อมการแสดงโชว์พิเศษจากนักแสดง เติ้ล – เฟิร์สวัน คู่ขวัญจากซีรีย์บอยเลิฟ “เขมจิราต้องรอด”

“แนวคิดของแคมเปญตรุษจีนของกลุ่มเดอะมอลล์ ในปี 2026 นี้ว่า “การยกระดับตรุษจีนในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างสีสันให้กับเทศกาลแต่ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้เศรษฐกิจ และ  ความน่าสนใจของประเทศไทยในระยะยาว ด้วยการออกแบบ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมศรัทธา วัฒนธรรม และพันธมิตรระดับโลกเข้ากับประสบการณ์ค้าปลีกไทยอย่างมีความหมาย จะสามารถเพิ่มคุณค่าของ Brand Experience เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า  โดยคาดว่าจะมียอดเงินสะพัดในธุรกิจประมาณ 4,200  ล้านบาท ทราฟฟิคเพิ่ม 15%  ตลอดแคมเปญ 35 วัน” คุณวรลักษณ์ กล่าวสรุป


แชร์ :

You may also like