ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset หันมารุกตลาดคอนโดหนักขึ้น โดยเฉพาะในเซ็กเม้นต์ราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร เพราะต้องการขยาย Product Portfolio ให้ครบทุกเซ็กเม้นต์ รวมถึงสร้างแบรนด์ SC Condo ให้เข้าไปอยู่ใน Top of Mind ของผู้บริโภครุ่นใหม่
แต่เปิดศักราชใหม่ปี 2569 มาได้แค่ 2 สัปดาห์ SC Asset กลับเดินเกมใหม่ ด้วยการส่งคอนโดระดับอัลตร้าลักชัวรี่ (Ultra Luxury) แบรนด์ใหม่ “STILL Sukhumvit 20” ซึ่งเป็นคอนโดที่มีราคาแพงที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่โครงการ 28 CHIDLOM มีราคาเริ่มต้น ที่ 30 ล้านบาท และสูงสุด 250 ล้านบาทมาบุกตลาด แถมยังมั่นใจจะกวาดยอดขายได้ไม่ต่ำว่า 80% ก่อนโอนในปี 2571 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสุดหินแบบนี้ อะไรที่ทำให้ SC Asset มั่นใจ ตามมาฟังคำตอบกัน
ตลาดอสังหาฯ ไม่ดี แต่ “ลักชัวรี่” ยังโตได้
ถึงแม้ตลาดอสังหาฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้จะอยู่สถานการณ์ไม่สดใส ทั้งซัพพลายล้นตลาด และมีการปฏิเสธสินเชื่อสูง แต่ SC Asset ยังคงมีการเติบโตอยู่ สะท้อนจากตัวเลขยอดขาย โดย คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า โครงการแนวราบและแนวสูงระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑลของบริษัทในช่วง 3 ปีที่มามียอดขายเฉลี่ยปีละ 60,000 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมา SC Asset มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 22%

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (กลาง) และคุณกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) พร้อมด้วยคุณมิว-นิษฐา จิรยั่งยืน พรีเซนเตอร์คนล่าสุด
และเมื่อมองมาที่ตลาดคอนโด คุณกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปีที่ผ่านมายอดขายคอนโดทะลุเป้า โดยทุกโครงการมียอดขายเฉลี่ย 70% และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 6% จากปัจจุบันมีโครงการในมือทั้งหมด 7 โครงการ จึงสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดลักชัวรี่ยังคงไปได้ ถึงขนาดของกลุ่มลูกค้าอาจไม่ใหญ่ แต่กำลังซื้อสูง
โดยการเติบโตที่สวนกระแสตลาดนี้ นอกจากการรุกตลาดอย่างหนักแล้ว ยังมาจากฐานลูกค้าของ SC Asset เป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ กำลังซื้อสูง บวกกับโปรดักต์ในพอร์ตเองมีจุดขายที่แตกต่างจากตลาด
ตลาดคอนโดปี 69 ยัง “ยาก” สู้ด้วย “ทำเล”ที่แตกต่าง
สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดในปีนี้ คุณกนกอร ยอมรับว่า เป็นปีที่ยาก เพราะตลาดไม่ได้เติบโตเหมือนเดิม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังชะลอตัว ทำให้ทุกคนใช้จ่ายระมัดระวังและตัดสินใจยากขึ้น ประกอบกับนักท่องเที่ยวหดหาย ทำให้ตลาดต่างชาติหดตัว ในขณะที่ผู้ประกอบการกลับมีแผนจะเปิดตัวโครงการที่ค้างเก่ามาตั้งแต่ปีที่แล้วมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันดุเดือด ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์และทำการบ้านหนักขึ้นกว่าเดิม รวมถึงบริษัทด้วย
โดยกลยุทธ์สำคัญที่ SC Asset จะใช้รุกตลาดปีนี้คือ การ Diversity ทั้งเซกเม้นต์ราคาและทำเลที่แตกต่าง เพราะมองว่าการแข่งในทำเล และตลาดเดียวกัน จะทำให้การแข่งขันดุเดือดกว่าเดิม และสุดท้ายยังไปไม่รอด แต่การเลือกแข่งในทำเลที่แตกต่าง จะช่วยให้โปรดักต์ไม่กระจุกตัว โดยยกตัวอย่างโครงการ STILL Sukhumvit 20 ที่บริษัทเลือกปักหมุดในทำเลสุขุมวิทตอนกลาง และติดถนนใหญ่ แม้จะไม่ใช่ทำเลฮอตหรือหวือหวา แต่เป็นทำเลหายาก เพราะมีจำกัดและไม่สามารถหาทดแทนได้ จึงมีการดูดซับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Quiet Luxury ที่มองหาทำเลที่เน้นความเป็นส่วนตัว และคุณภาพชีวิตที่ดี
ส่งผลให้โครงการนี้แม้จะเพิ่งเปิดจองรอบ VIP ไปเมื่อปลายปี 2568 แต่ปัจจุบันมียอดจองแล้วกว่า 60% ของโครงการทั้งหมด แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทยและต่างชาติอย่างละครึ่ง และนั่นทำให้ SC Asset มั่นใจว่าจะสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 80% ก่อนโอนในปี 2571 พร้อมทั้งปีนี้มีแผนเปิดตัวคอนโดใหม่อีก 2 โครงการ ทั้งแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ และระดับกลาง-บน
นอกจากการเลือกบุกในทำเลที่แตกต่างแล้ว อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือ การเลือกเจาะตลาดที่มีระดับราคากลางขึ้นไป เพราะนอกจากการบาลานซ์พอร์ตแล้ว คุณกนกอร บอกว่า กลุ่มนี้ยังเป็นเซ็กเม้นต์ที่มีการเติบโตที่ดี รวมถึงการหาโซลูชั่นมารองรับการซื้อของลูกค้า เช่น การเช่า เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงและ SC Asset มองอยู่เช่นกัน
และจากการปรับกลยุทธ์การทำตลาดให้สอดรับกับสภาพตลาด ทำให้คุณกนกอร มั่นใจว่าปีนี้ SC Condo จะเติบโตได้ต่อเนื่อง พร้อมกับ วางเป้าหมายการเติบโตไว้สูงมากด้วย
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






