HomePR Newsเชลล์เปิดตัว “Shell Silk Alkane” ต่อยอดจากเทคโนโลยี Gas-to-Liquids รุกอุตสาหกรรม Personal Care ครั้งแรกในประเทศไทย

เชลล์เปิดตัว “Shell Silk Alkane” ต่อยอดจากเทคโนโลยี Gas-to-Liquids รุกอุตสาหกรรม Personal Care ครั้งแรกในประเทศไทย

แชร์ :

เชลล์ตอกย้ำการเป็นผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก ขยายธุรกิจก้าวข้ามอุตสาหกรรมครั้งแรกในประเทศไทย รุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) ด้วยการเปิดตัว Shell Silk Alkane ส่วนผสมคุณภาพระดับพรีเมียม สำหรับกลุ่มธุรกิจความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยี Gas-to-Liquids ด้วยมาตรฐานความบริสุทธิ์ระดับเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade) ความปลอดภัยสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับธุรกิจความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล พร้อมแต่งตั้ง บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด (JJIT) ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย 

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

นายกมลพัทธ์ พหลโยธิน กรรมการบริหารธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์
ในฐานะผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นระดับโลกอันดับ 1 ติดต่อกันยาวนานกว่า 19 ปี เราไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงความสำเร็จ
ในอุตสาหกรรมพลังงาน ยังคงมุ่งมั่นใช้ความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีโซลูชัน และการวิจัยของเชลล์ต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ
ให้วงการอุตสาหกรรมต่างๆ การเปิดตัว Shell Silk Alkane ครั้งแรกในประเทศไทยนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอด
เทคโนโลยี GTL มาพัฒนาเป็นส่วนผสมคุณภาพระดับพรีเมียมสำหรับตลาด Personal Care ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ด้วยแนวทางที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน”

“การเข้าสู่ตลาด Personal Care เป็นการขยายบทบาทของเชลล์ข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industry Innovation) เราเชื่อมั่นว่า
ความร่วมมือกับ JJIT จะช่วยให้กลุ่มธุรกิจความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลเข้าถึงส่วนผสมระดับพรีเมียม ที่ผ่าน
การพัฒนาจากเทคโนโลยีระดับโลกของเชลล์ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และผลักดันให้ตลาดความงามของไทยเติบโตสู่มาตรฐาน สากลได้อย่างมั่นคง”

Shell Silk Alkane ส่วนผสมระดับพรีเมียมจากเทคโนโลยี GTL ให้ความบริสุทธิ์ระดับเภสัชกรรม ไร้สีและกลิ่น ปราศจากซิลิโคน น้ำมันแร่ และโลหะหนัก มีคุณสมบัติรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เป็นสารให้ความชุ่มชื้น (Key Emollient) ช่วยปรับสภาวะผิว (Condition Agents) และเป็นสารกระจายตัว (Solubilises) เพื่อให้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เข้ากันได้ดี สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบได้ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและกลุ่มธุรกิจความงาม มอบความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ช่วยปกป้องผิว โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม จะช่วยลดการชี้ฟูของผม และลดไฟฟ้าสถิต 

Shell Silk Alkane ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลจาก 3 สถาบัน ได้แก่ FDA21 CFR 178.3620(a), 172.878 และ European, Japanese, German Pharmacopeia สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติตามมาตรฐาน OECD 301B และยังได้รับการรับรองจาก Vegan Verification: Chem – MAP ว่า ปราศจากการปนเปื้อนของสัตว์ ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Clean Beauty Trend ได้อย่างมั่นใจ

นายทรงสิน สังขเวทัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่าย Shell Silk Alkane อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือนี้เป็นการผนวกความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของเชลล์กับความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการมีเครือข่ายลูกค้าที่แข็งแกร่งของ JJIT ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันนำเสนอส่วนผสมพรีเมียมที่มีประสิทธิภาพสูงและยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในประเทศไทย ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายโซลูชันนวัตกรรมสำหรับนักพัฒนาสูตร และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมในวงกว้าง”

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เชลล์และ JJIT ยังได้ร่วมกันพัฒนา “สูตรต้นแบบ” (Formulations Guide) ต่อยอดจาก Shell Silk Alkane ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมีความต้องการสูงในหลายเซ็กเมนต์ ประกอบด้วย

  • ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นเพิ่มความชุ่มชื้น (Butter Melt Ultra Moisturizing Body Cream)
  • น้ำยาบ้วนปากประสิทธิภาพสูง แบบสองเฟส  (2-Phase Mouthwash)
  • มาสก์ดีท็อกซ์แบบสติ๊ก สูตรชาร์โคล (Bio Detox Charcoal Mask Stick)
  • สเปรย์ปกป้องเส้นผม แบบสองเฟส (Hair Shield Bi-Phase Spray)
  • เจลสครับผิวกายผสมน้ำมันนวดระดับพรีเมียม (Body Scrub Massage Oil Gel)
  • คลีนซิ่งบาล์มพร้อมเม็ดสครับเนียนละเอียดที่อ่อนโยนต่อผิว (Cleansing Balm Invisible Scrub)

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ผลิตที่ต้องการยกกระดับคุณภาพสินค้า ลดระยะเวลาออกสู่ตลาด (speed-to-market)
เพิ่มประสิทธิภาพด้าน R&D และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดธุรกิจความงามที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากรายงานวิเคราะห์ตลาดธุรกิจความงามของไทยโดย Custom Market Insights พบว่า ในปี 2025–2034 ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามและสกินแคร์ มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 5.45% สะท้อนศักยภาพและความต้องการสินค้าที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 

เชลล์ตั้งเป้าขยายตลาด Personal Care ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายและผู้ผลิตกลุ่มธุรกิจความงามชั้นนำ เพื่อผลักดันให้ Shell Silk Alkane กลายเป็นส่วนผสมสำคัญในอุตสาหกรรมความงามของไทย
ในระยะยาว


แชร์ :

You may also like