“การวิ่ง” หนึ่งในวิธีออกกำลังกายยอดนิยมของคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่นักวิ่งคนรุ่นใหม่ในเขตเมือง ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิด “Running Community” ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่นำพาชีวิตในเมืองให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น จากการรวมกลุ่มวิ่งตามสวนสาธารณะ สู่การนัดหมาย “City Run” ยามค่ำคืน ที่กิจกรรมสังสรรค์เปลี่ยนจากโต๊ะอาหารเป็นการจิบกาแฟสุขภาพที่ดีหลังการวิ่ง ทั้งหมดดึงให้การออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์ได้ผสานกันอย่างลงตัวและสมบูรณ์มากขึ้น
ท่ามกลางกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ “HOKA” หนึ่งในแบรนด์รองเท้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับโลก ได้ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกครั้งใหญ่ในประเทศไทย ตอกย้ำถึงการรับรู้ว่ากรุงเทพมหานครไม่ใช่แค่ตลาดสำคัญ แต่คือ “Strategic Hub” (ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์) ที่มีอิทธิพลต่อทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด (REV Edition) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ HOKA อย่างเป็นทางการในไทย เปิดเผยถึงการเติบโตตลอดช่วงที่ผ่านมาว่า แม้จะเข้ามาทำตลาดเพียงไม่กี่ปี แต่ HOKA ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ที่แบรนด์ได้เร่งเครื่องเปิดตัวถึง 3 สาขาหลักในกรุงเทพฯ ได้แก่ EmQuartier (Concept Store), Siam Center (Hybrid Flagship Store), และ Central Ladprao ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้ HOKA จะมีสาขาในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 9 สาขา

คุณพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา
ล่าสุดได้ทำการเปิดตัว “Hybrid Flagship Store” แห่งแรกของ HOKA และเป็นสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยพื้นที่กว่า 312 ตร.ม. ณ สยามเซ็นเตอร์ การเปิดสาขาดังกล่าวนอกจากจะเป็นการรองรับการเติบโตของเทรนด์การวิ่งในไทยและไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แล้ว ยังเป็นการการตอกย้ำถึงบทบาทของกรุงเทพฯ ในการเป็นเมืองที่ผู้บริโภคเป็น “ผู้กำหนดเทรนด์” (Center of Influence) ไม่ใช่แค่ “ผู้ยอมรับเทรนด์” อีกต่อไป หากแต่คือ “เมืองต้นแบบ” ที่เหมาะสำหรับการทดลองแนวคิด “Performance meets Lifestyle” ก่อนขยายผลไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ HOKA เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดไทย มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการคือ เอกลักษณ์ของแบรนด์ และ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ (DNA) ที่ HOKA ยึดมั่นมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2009 โดยสองนักวิ่งเทรลชาวฝรั่งเศสภายใต้ปรัชญาที่ต้องการให้ทุกก้าวของนักวิ่งรู้สึก “บินเหนือพื้นดิน” (HOKA One One ในภาษาเมารี)
ขณะที่ Insight ของคนรุ่นใหม่ที่มองหารองเท้า พบว่า ผู้บริโภคโดยเฉพาะในเขตเมืองไม่ได้มองหารองเท้าเพียงเพื่อวิ่งเท่านั้น แต่ต้องการ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” และรองเท้าที่สามารถรองรับชีวิตแบบไฮบริดได้ตลอดทั้งวัน ทั้ง ใส่ขึ้นรถไฟฟ้า, เดินในออฟฟิศ, วิ่งออกกำลังกายตอนเย็น, หรือแม้กระทั่งใส่ไปคาเฟ่ในช่วงวันหยุด รองเท้า HOKA ซึ่งมี DNA ของ Performance ที่มาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่น จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ในด้าน ‘ความคล่องตัว’ (Mobility) และการลงทุนเพื่อสุขภาพได้อย่างลงตัวที่สุด
“ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กีฬาวิ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีนักวิ่งหน้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินคร่าวๆ มีคนไทยที่วิ่งราว 15 ล้านรายในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าช่วง 5 ปีนับจากนี้ตลาดจะยังเติบโตได้ดีและไม่อิ่มตัวอย่างแน่นอน”
มั่นใจปี 2569 เทรนด์นักวิ่งไทยโตพุ่ง ดันตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และกีฬาโตต่อเนื่อง
ด้านคุณโจเอล ลิม Head of Brand HOKA South East Asia กล่าวถึงแนวทางการตลาดของ HOKA ในไทยนับจากนี้ว่า จะยังคงเน้นการทำตลาดควบคู่กันระหว่างความเป็น Performance และ Lifestyle แบรนด์จะยังคงเป็น Performance Brand ที่หัวใจคือเทคโนโลยีและการเคลื่อนไหว พร้อมกับการเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับนักวิ่งมืออาชีพอย่างไม่หยุดยั้ง และขยายไลน์ ‘Performance meets Lifestyle’ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ถูกเลือกให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Strategic Hub for Southeast Asia) เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับวัฒนธรรมและเทรนด์ใหม่ๆ ได้ดี และยังผู้กำหนดเทรนด์ด้วยซ้ำ ประเทศไทยจึงกลายเป็นศูนย์กลางของผู้มีอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
นอกจากนี้ยังมองว่า การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเมืองไทยนั้นส่งผลดีต่อ HOKA เพราะช่วยกระตุ้นให้แบรนด์ต้องยกระดับตัวเองอยู่เสมอ และจะทำให้ HOKA สามารถนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) จากไทยไปเผยแพร่ทั่วทั้งภูมิภาคได้
ปี 2569 คาดว่าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับ HOKA และวงการการออกกำลังกาย/การวิ่งโดยรวม HOKA มีแผนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมาพร้อมกับกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปิดสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยภายในสิ้นเดือนนี้จะมีสาขาเปิดใหม่รวม 3 สาขา และปัจจุบันมีรวม 9 สาขา และจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ซึ่งแต่ละสาขาจะมีสินค้าและดีไซน์แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย
“ประเมินว่าตลาดสินค้าและรองเท้ากีฬา ปี 2569 จะมีนักวิ่งหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มจากการวิ่งเชิงไลฟ์สไตล์ ก่อนพัฒนาไปสู่ระยะ 10 กิโลเมตร 20 กิโลเมตร หรือขยับสู่การวิ่งเทรล ซึ่ง HOKA เตรียมพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง”
จาก Community สู่ Regional Playbook: HOKA จุดประกายการวิ่งให้ทุกคน “Fly Humans Fly”
นอกเหนือจากการขยายสาขา ความสำเร็จที่ยั่งยืนของ HOKA มาจากการลงทุนใน “Ecosystem ของนักวิ่ง” อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปได้ “เริ่มวิ่ง” ไม่จำกัดเฉพาะนักวิ่งมืออาชีพ
- Run Club และกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย HOKA วางตำแหน่งตัวเองอยู่ในจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศ โดยจัดกิจกรรม Run Club จำนวนมาก (เกือบ 50 ครั้งต่อปี) เน้นการสอนการวิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่ Warm-up จนถึง Cool Down เพื่อให้นักวิ่งมือใหม่ที่มีเป้าหมายเพียง 3-5 กิโลเมตร สามารถมีความสุขกับการวิ่งได้อย่างยั่งยืนและห่างไกลจากอาการบาดเจ็บ
- ยกระดับประสบการณ์วิ่งระดับโลกในภูมิภาค ด้วยพลังของการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ HOKA ได้สร้างกิจกรรมคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การจัดงาน HOKA Chiangmai Thailand by UTMB ในสเกลระดับโลก และกำลังต่อยอดโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่กิจกรรมในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามในปีต่อ ๆ ไป เพื่อเชื่อมโยง Ecosystem ของนักวิ่งและ Active Lifestyle ให้ถึงกันทั่วทั้งภูมิภาค โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานในการสร้าง “Regional Playbook” ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่ว SEA
- การเปิดสาขาใหม่ “สยามเซ็นเตอร์” เป็นที่ตั้งของ Hybrid Flagship Store ไม่ได้มีนัยยะสำคัญเพียงแค่ยอดขาย แต่เป็นการ “Endorse” (รับรอง) ความสำเร็จของ HOKA ในฐานะแบรนด์ที่มีตัวตนที่ชัดเจนในด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น การที่ HOKA ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับ Top 4 ที่มีพื้นที่ด้านหน้าอาคาร (Fasade) บนหน้าบันไดสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านแฟชั่นของไทยมานานกว่า 50 ปี ถือเป็นการประกาศชัยชนะว่า HOKA ได้ก้าวข้ามความเป็นรองเท้ากีฬาเพอร์ฟอร์แมนซ์อย่างสมบูรณ์ และได้รับการยอมรับจากวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองหลวงอย่างเต็มตัว







