จากทายาทซาฟารีเวิลด์ สู่เส้นทางการบุกเบิกอาณาจักรอาหารและขนมหวาน เปิดแนวคิด “ฤทธิ์-เดช คิ้วคชา”เจนสองซาฟารีเวิลด์ในนาม “คชา บราเธอร์ส” หลังซุ่มเงียบปั้นแบรนด์เป็นเวลาร่วม 17 ปี จนมีสาขากว่า 40 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Kyo Roll En, Teraoka Gyoza, Jérôme Cheesecake,และ Oyatsu no Jikan ฯลฯ ที่กำลังขยายไปต่างประเทศอย่างมั่นคง
วันนี้ทั้งคู่กำลังสร้างอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการปั้นแบรนด์ขนมหวานโดยมีเป้าหมายจะพาขนมไทย สู่เวทีโลก ในนาม “คชา บราเธอร์ส” ที่ค่อยๆ ก้าวจากร้านขนมเล็กๆ สู่การเป็นบริษัทที่มีครบทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นพรีเมียม แบรนด์ไทยร่วมสมัย OEM, แฟรนไชส์ และบริการ Catering ข้ามประเทศ จุดเด่นของสองพี่น้องคือ การเล่าเรื่องผ่านอาหาร ทำให้สินค้ามีคุณค่าและแตกต่าง

แบรนด์ใหม่ “KAO NOM” (ข้าวนม) คาเฟ่ขนมไทยร่วมสมัย
เส้นทางอาณาจักรขนมหวานของ เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อกว่า 17 ปีที่ผ่านมาเมื่อ “คุณฤทธิ์ คิ้วคชา” ผู้พี่เห็นโอกาสในตลาดขนมญี่ปุ่น จึงก่อตั้ง Kyo Roll En ร้านไอศกรีมมัทฉะแท้จากเกียวโต เจ้าแรกในไทย ด้วยจุดขายคือคุณภาพและความเป็นต้นตำรับ ทำให้ Kyo Roll En กลายเป็นแบรนด์ขวัญใจสายของหวานอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มนำเข้าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นเข้ามาเสริมพอร์ต ตั้งแต่ Teraoka Gyoza เกี๊ยวซ่าแชมป์ 7 สมัย, Jérôme Cheesecake ไปจนถึง Oyatsu no Jikan ร้านคาคิโกริโดยเชฟมิชลิน 2 ดาว กลายเป็น “นักปั้นแบรนด์” ตัวจริง
คุณฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด กล่าวว่า “กว่า 10 ปีแล้วที่เราสร้างแบรนด์ Kyo Roll En ขึ้นมา โดยเราเป็นร้านต้นตำรับไอศกรีม ชาเขียว ‘อูจิ’ มัทฉะแท้ 100% จากเกียวโต เจ้าแรกในเมืองไทย ก่อนจะเร่งการขยายธุรกิจด้วยการนำเข้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ไม่ว่าเป็น Teraoka Gyoza เกี๊ยวซ่าแชมป์เปี้ยน 7 สมัย Jerome Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้อันดับหนึ่งชื่อดังจาก Ginza Tokyo โดยเชฟ 3 ดาวมิชลิน และปีที่แล้ว Oyatsu no Jikan ร้าน Kakigori Specialty โดยเชฟ 2 ดาวมิชลินจากญี่ปุ่น ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นที่จะสรรหาแบรนด์ที่มีศักยภาพ สินค้ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ มาเสริมพอร์ตของบริษัท
ปรับกลยุทธ์ขยาย OEM-แคเธอริ่ง เมื่อธุรกิจอาหารไม่ง่ายเหมือนเดิม
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดอาหารและเครื่องดื่มเมืองไทย โดยเฉพาะเซกเมนต์ขนมหวานที่ดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง “คุณฤทธิ์” มองว่าการปั้นแบรนด์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป จึงเกิดเป็นแนวคิดการขยายธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และบาลานซ์ยอดขายจากหน้าร้าน ด้วยการต่อยอด Know How ที่มีอยู่อย่าง OEM และ Catering ขึ้น
- เปิดเกม OEM เริ่มจากขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำตลาดมานานกว่า 7 ปี จับกลุ่มลูกค้า Luxury Brand และโรงแรม 5–6 ดาว ธนาคาร ประกันชีวิต สายการบิน โทรคมนาคม รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบอาหารและเครื่องดื่มให้กับร้าน Louis Vuttion ที่เกษร อัมรินทร์ และทำ Dessert เสิร์ฟบุคคลระดับโลกมากมาย โดยใช้ฐานการผลิตในโรงงานย่านรามอินทรา ซึ่งเป็นครัวกลางของบริษัทในการผลิตสินค้าป้อนลูกค้า โดยคาดว่าในปีหน้าจะขยายไลน์ผลิตอีกเท่าตัวเพื่อรองรับตลาดในส่วนนี้ ตลาด OEM
- ขยายสู่ต่างประเทศ นำร่องกับผลิตภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ โดยปีนี้เปิดตลาดสิงคโปร์สำเร็จ ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีมาตรฐานเข้มงวดที่สุด นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายไปประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศในปี 2569
- ปูทางแฟรนไชส์ทั้งในไทยและลาวเป็นครั้งแรก จับมือกับกลุ่มทุนใหญ่ “Kolao Group” ส่ง 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ Kyo Roll En, Kyo – Café & Meal และ Teraoka Gyoza ไปเปิดที่ประเทศลาว สาขาแรก เป็นพื้นที่ Stand Alone ติดถนนใหญ่ ย่านโพนสีนวน ตั้งอยู่ใจกลางนครเวียงจันทร์ โดยจะเปิดในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ตั้งเป้า 15 สาขาภายใน 3 ปี ส่วนภายในประเทศก็ได้นำร่องการขยายธุรกิจในรูปแบบ Franchise ครั้งแรก สาขาแรก ที่ King Square พระราม 3 เปิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดนี้คืออนาคตข้างหน้าของ คชา บราเธอร์ส ในมิติใหม่ จากเดิมเป็นเพียง ‘ร้านขนม’ สู่ ‘Global F&B Company’ โดยเน้นที่ Dessert & Snack สินค้า ‘ของว่าง’ ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในแบรนด์ Kyo Roll En ที่มีแผนขยายสาขาทั่วประเทศ 3-4 สาขา ในแต่ละปี สิ้นปีนี้มีแผนขยายสาขาที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า พื้นที่ใหม่ และสยามพารากอน
“หลังโควิด ทุกอย่างเปลี่ยนไป กำลังซื้อคนไทยหายไปกว่า 20–30% โดยเฉพาะสาขาใจกลางเมือง นั่นทำให้ธุรกิจอาหารยากขึ้นเรื่อยๆ เราเลยต้องขยายทั้ง OEM และแฟรนไชส์ เพื่อบาลานซ์ความเสี่ยง และให้ธุรกิจเติบโตได้ในหลายมิติ” คุณฤทธิ์กล่าว
แบรนด์ใหม่ “KAO NOM” (ข้าวนม) คาเฟ่ขนมไทยร่วมสมัย จากฝีมือเชฟเดช คิ้วคชา ขนมไทยทะยานตลาดโลก
แม้จะเชี่ยวชาญแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ในใจพี่น้องคู่นี้ยังอยากสร้าง “อะไรที่เป็นของคนไทยจริงๆ” จึงเกิดเป็นไอเดียในการปั้นแบรนด์ใหม่ “KAO NOM” (ข้าวนม) คาเฟ่ขนมไทยร่วมสมัย เปิดตัวที่ Dusit Central Park เมื่อ 4 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งชื่อแบรนด์ข้าวนม ก็มาจาก “ข้าว” และ “นม” ที่คนโบราณใช้เรียกขนม นับเป็นการปั้นแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของบริษัท ภายใต้แนวคิด “Rediscovering Thai Desserts” ขนมไทย…วัตถุดิบไทย…โดยเชฟไทย
“อาหารไทยไปไกลระดับโลกแล้ว แต่ขนมไทยยังไม่มีใครพูดถึง เราอยากทำให้ขนมไทยมีเวทีบ้าง แน่นอนเราเป็นนักปั้นแบรนด์ จุดแข็งของเราคือการคิดสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร มีความ Original และ Specialty เราเป็นมืออาชีพที่ทำแบรนด์ขนมมากว่า 17 ปี ผมมองว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะทำอะไรให้กับประเทศไทย รัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันอาหารไทย เป็นซอฟท์เพาเวอร์ที่สามารถโปรโมทไปยังชาวโลก ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยว แต่คนไทยเองก็หันมานิยมอาหารไทยของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงอยากทำสิ่งที่เราถนัด คือ การคิดขนม Dessert ที่ทันสมัย ไม่เหมือนใคร” คุณฤทธิ์กล่าว
เบื้องหลังเมนูทุกจานคือ “เชฟเดช คิ้วคชา” น้องชายเพิ่งคว้ารางวัล Asia’s Best Pastry Chef 2025 โดยเชฟเดช ใช้เวลากว่า 5 ปีศึกษาประวัติศาสตร์ขนมไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนมาถึงยุครัตนโกสินทร์ มีเอกลักษณ์ของแบรนด์คือการนำข้าวมาทำขนม ด้วยการคัดเลือกข้าวพันธุ์พิเศษและวัตถุดิบพื้นถิ่น เช่น ข้าวสังข์หยดพัทลุง, ข้าวปกาเกอะญอเชียงใหม่, ช็อกโกแลตเชียงใหม่ และกาแฟดอยน่าน มาตีความเป็นของหวานรูปแบบใหม่ รวมถึงสมุนไพรและผลไม้หายาก มาผสานในกว่า 20 เมนู เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทย นอกจากรสชาติและเรื่องราว ข้าวนมยังสะท้อนแนวคิด Zero Waste โดยนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เปลือกโกโก้ กะลามะพร้าว เปลือกข้าว มาทำเป็นจาน ชาม และเครื่องแต่งกายพนักงาน
โดยแบรนด์ “KAO NOM” นี้อนาคตจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เรือธงในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะจะหลายมาเป็นหัวหอกสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต เพราะด้วยโพซิชั่นของแบรนด์แล้วหากประสบความสำเร็จน่าจะเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติได้ไม่ยาก
“ทุกวันนี้ร้านอาหารไทยก็มีชื่อเสียงในระดับโลกมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทยที่ได้ดาวมิชลิน หรือในการจัดอันดับร้านอาหารในเอเชีย แต่ขนมไทยยังไม่มีใครพูดถึง เราโชคดีที่มีเชฟขนมไทยซึ่งตอนนี้มีชื่อเสียงระดับโลก นั่นคือ “เชฟเดช คิ้วคชา” ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตรเมนูขนมให้กับในเครือของเรามากว่า 17 ปี โดยเชฟเดชได้เรียนรู้และค้นหาขนมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขึ้นเหนือล่องใต้ในการหาวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อและมีเสน่ห์ของแต่ละภาคมาตีความใหม่ในมุมของขนมไทย”
เดินหน้าขยายธุรกิจ ท่ามกลางปัจจัยลบธุรกิจอาหารเมืองไทยสุดร้อนแรง
แม้หลายคนจะมองว่าปีนี้คือ “ปีเผาจริงของธุรกิจอาหาร” แต่ “คุณฤทธิ์” บอกว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างมั่นใจ ด้วยการ ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต เพื่อปั้นแบรนด์ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
- รีแบรนด์ครั้งใหญ่ของแบรนด์ Sfree (สฟรี) เป็นแบรนด์ร้านของหวานสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมแบรนด์ครั้งสำคัญนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 17 ปีก่อน เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย ตอบรับเทรนด์สุขภาพที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น และสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอีกครั้ง
- นำเข้า 2 แบรนด์ใหม่จากต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อนำเข้าอีก 2 แบรนด์ขนมหวานชื่อดังจากยุโรป โดยเฉพาะจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอ
- ขยายสาขาเชิงรุก ทั้งที่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ สยามพารากอน ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงมีแผนขยายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น พัทยาและหาดใหญ่
ทั้งหมดคือก้าวใหม่ครั้งสำคัญของ 2 พี่น้อง “ฤทธิ์-เดช คิ้วคชา” แห่งซาฟารีเวิลด์ ที่กำลังสร้างเส้นทางใหม่กับการปูทางการเติบโตยนถนนสายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนแรงของเมืองไทย








