HomePR News“depa Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” จากประกายไอเดียสู่เวทีระดับประเทศ เตรียมปิดฉากความสำเร็จ 5 ตุลาคมนี้

“depa Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” จากประกายไอเดียสู่เวทีระดับประเทศ เตรียมปิดฉากความสำเร็จ 5 ตุลาคมนี้

แชร์ :

ในยุคที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะดิจิทัล ประเทศไทยเองก็เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผ่านการเร่งเครื่องสร้าง “กำลังคนดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการ  Coding Thailand 2025: AI-Driven Future  ของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สนามจริงที่เยาวชน ครู และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศมาร่วมกันพิสูจน์ว่า นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากคือทักษะจำเป็นของศตวรรษที่ 21 โครงการนี้เดินหน้าเก็บเกี่ยวผลลัพธ์เป็นระบบตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และกำลังจะปิดฉากลงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมประกาศผู้ชนะจากเวทีระดับประเทศที่รวมสุดยอดทีมจากทุกภูมิภาคของไทยไว้ในที่เดียว

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

โครงการ “Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” คืออะไร

“Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” เป็นโครงการพัฒนาและต่อยอดศักยภาพด้าน Coding & AI ของเยาวชนไทย โดยตั้งเป้าปูพรมโอกาสให้โรงเรียนและครูสามารถยกระดับการเรียนรู้เชิงลึก ตั้งแต่ Coding STEM, IoT, AIoT, Edge AI ไปจนถึง Robotics (ROS) แล้วนำไปประยุกต์สร้างผลงานที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมไทยจริง ผ่านการคัดเลือกและการแข่งขันหลายระยะ ทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Coding & AI Acceleration), การคัดเลือกระดับภูมิภาค (Regional Coding & AI Competition), การบ่มเพาะเข้มข้นก่อนรอบประเทศ (Coding & AI Incubation) และจบด้วยการแข่งขันระดับประเทศ National Coding & AI Competition ระหว่าง 3 – 5 ตุลาคม 2568 ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่แสดงผลลัพธ์ตลอดทั้งโครงการปีนี้

 

 

ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่ออนาคตดิจิทัลของไทย

ความสามารถด้าน AI และโค้ดดิ้ง เปรียบเสมือน “ภาษาที่สาม” ของเศรษฐกิจดิจิทัล ทักษะเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนคิดเชิงระบบ ตั้งคำถามกับปัญหา และลงมือสร้างสรรค์ทางออกที่จับต้องได้ เมื่อประสานกับห้องทดลองจริง—ทั้งในโรงเรียน ชุมชน และธุรกิจท้องถิ่น—ไทยจะได้ทั้ง คนเก่ง เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ ที่พร้อมเติบโตไปพร้อมกัน AI-Driven Future จึงไม่ใช่แค่การแข่งขัน หากคือกลไกเร่งสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและกระจายทั่วประเทศ

Timeline: เส้นทางจากห้องเรียนสู่เวทีระดับประเทศ:

  • ช่วงเตรียมความพร้อม: อบรมออนไลน์พร้อม Workshop ภายใต้กิจกรรม Coding & AI Acceleration เพื่อให้ทีมครูและนักเรียนได้พื้นฐานและกรอบคิดการพัฒนาโครงการจริง
  • คัดเลือกระดับภูมิภาค (Regional Coding & AI Competition): เปิดสนามชิงชัยในหลายพื้นที่ ได้แก่ ภาคกลางและภาคตะวันตก (13-15 ส.ค. 2568 กรุงเทพฯ), ภาคอีสานตอนล่าง (18-20 ส.ค. 2568 ยโสธร), ภาคอีสานตอนล่าง (21-23 ส.ค. 2568 ขอนแก่น), ภาคเหนือตอนบน (25-27 ส.ค. 2568 เชียงใหม่), ภาคเหนือตอนล่าง (28–30 ส.ค. 2568), ภาคใต้ตอนล่าง (1–3 ก.ย. 2568 สงขลา), ภาคใต้ตอนบน (4–6 ก.ย. 2568 ภูเก็ต) และภาคตะวันออก (8–10 ก.ย. 2568 ชลบุรี) แต่ละสนามจำนวน 50 ทีม เพื่อคัดให้เหลือ 25 ทีม รวมเป็น 200 ทีม ตัวแทนภูมิภาคสู่รอบการแข่งขันระดับประเทศ
  • บ่มเพาะเข้มข้น (Incubation): กิจกรรม Coding & AI Incubation วันที่ 13 ก.ย. 2568 ณ True Digital Park (Training Room 3) เติมความเข้มข้นทั้งด้านเทคนิคและการนำเสนอ ก่อนก้าวสู่เวทีระดับประเทศ
  • ชิงแชมป์ระดับประเทศ (National Coding & AI Competition): วันที่ 3 – 5 ต.ค. 2568 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพฯ เวทีรวมผลงานนวัตกรรม Coding & AI ที่ดีที่สุดจากทุกภูมิภาค พร้อมนำเสนอแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

 

ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ที่มากกว่าแค่ตัวเลข

  • 200 ทีม ตัวแทนจากทั่วประเทศ—ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้นจากแต่ละภูมิภาค สนับสนุนให้ผลงานที่แข่งไม่ใช่แค่ “โปรเจกต์ในรายวิชา” แต่คือต้นแบบนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดจริงในชุมชนและสถานศึกษา
  • ทักษะครบวงจร: ตั้งแต่ Coding STEM, IoT/AIoT, Edge AI, Robotics (ROS) ไปจนถึงการสื่อสารเชิงเทคนิคและการ Pitching แบบมืออาชีพ—ทีมครูได้บทบาท Co-Developer และ Policy Champion ของโรงเรียน นำมุมมองโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายการเรียนรู้มาขนานกับผลงานของนักเรียนอย่างเป็นระบบ
  • โครงการชัด–ผลลัพธ์จริง: ผลงานจำนวนมากยึดสองธีมใหญ่—Smart Economy และ Smart Society—ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ เช่น การยกระดับเกษตรอัจฉริยะ เมืองน่าอยู่ ระบบสุขภาพและการศึกษาแนวใหม่ หรือการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ตอกย้ำว่า Coding & AI เป็น “เครื่องมือ” แก้ปัญหาเศรษฐกิจ–สังคม ไม่ใช่เป้าหมายลอย ๆ
  • ทุนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้กว่า 90 ทุน เพื่อให้โรงเรียนที่โดดเด่นสามารถตั้งหรือยกระดับ “ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล” เป็นฐานให้ครู–นักเรียนรุ่นต่อไปเข้าถึงโอกาสอย่างต่อเนื่อง 

เบื้องหลังความสำเร็จ: ทุกเครือข่ายคือ “ตัวจริง”

ความสำเร็จของ “Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” เกิดจาก การทำงานร่วมกัน ของหลากหลายภาคส่วน:

  • สถาบันการศึกษา: ที่ส่งคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเป็นกรรมการ ให้ข้อเสนอแนะเชิงลึก แปลงสนามแข่งขันเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีคุณภาพสูง ได้แก่  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ,  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต, มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ภาคอุตสาหกรรมและสมาคมวิชาชีพ: เช่น สมาคมการสร้างนวัตกรรมและหุ่นยนต์ (TIRA) นำมุมมองการใช้งานจริงและมาตรฐานอุตสาหกรรมมาเชื่อมกับผลงานของเยาวชน ส่งเสริม “ความพร้อมใช้งาน” หลังจบการแข่งขัน
  • พื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน: True Digital Park เป็นฐานจัดกิจกรรมบ่มเพาะ Coding & AI Incubation ช่วยต่อยอดทักษะก่อนขึ้นเวทีระดับชาติ ขณะที่ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ คือเวทีใหญ่ที่พร้อมต้อนรับ 200 ทีม เพื่อแสดงผลงานและวิสัยทัศน์ต่อสาธารณะ
  • เครือข่ายโรงเรียน–ครู–ชุมชนการศึกษา: หัวใจของโครงการที่รับบททั้ง “ผู้เรียน” และ “ผู้ขับเคลื่อน” ทำให้การพัฒนาไม่หยุดที่แผงนิทรรศการ แต่กลับไปเกิดผลจริงในโรงเรียนและท้องถิ่น
  • ผู้สนับสนุนโครงการ: แบรนด์ซุปไก่สกัด, True Corporation, The Mall, AIA, Arduino, MakeBlock, Exdream, iMake, Articulus, Codekit, Code.org, Intel, Marvelous ร่วมผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวทันโลกดิจิทัล สร้างเวทีที่เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับโอกาสจริง พร้อมขับเคลื่อน Coding & AI สู่อนาคตที่ยั่งยืน

 

จุดเริ่มต้นของอนาคตดิจิทัล

แม้โครงการปีนี้จะปิดฉากลงในเดือนตุลาคม แต่ “การเปลี่ยนแปลง” เพิ่งเริ่ม เดินหน้าต่อใน 3 มิติหลัก:

  1. ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัลในโรงเรียน: เงินทุนและองค์ความรู้ช่วยให้โรงเรียนวางโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ระยะยาว เกิด Community Hub ที่เด็กและครูรุ่นใหม่เข้าถึงอุปกรณ์–คอนเทนต์–โค้ช ได้อย่างสม่ำเสมอ
  1. Talent Pipeline สู่มหาวิทยาลัย–อุตสาหกรรม: ทีมที่เด่นสามารถต่อยอดเป็นงานวิจัยสตาร์ทอัพ หรือความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานท้องถิ่น เพิ่มโอกาสฝึกงาน ทุนการศึกษา และโครงการนำร่องในพื้นที่
  1. หลักสูตรและเครือข่ายครูดิจิทัล: ครูได้รับบทเป็น Change Agent ของโรงเรียน ขยายผลการสอน AI/Coding รูปแบบใหม่ ๆ และสร้างชุมชนครูผู้ใช้เทคโนโลยีจริง แบ่งปันคู่มือ สื่อการสอน และแนวทางขยายผลสู่ห้องเรียนอื่น ๆ

ภาพใหญ่ที่ depa มองเห็น คือ ระบบนิเวศ (Digital Ecosystem) ที่เชื่อมตั้งแต่ห้องเรียนสู่ภาคธุรกิจ–ชุมชน ให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน   โค้งสุดท้ายของปีนี้คือ การประกาศผล ในวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ภายใต้กิจกรรม National Coding & AI Competition  3–5 ตุลาคม 2568 ซึ่งจะมีการนำเสนอผลงานจาก 200 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจากทุกภูมิภาค พร้อมการประกาศทุนสนับสนุนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัลกว่า 90 ทุน เพื่อสานต่อผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นจริงในโรงเรียนทั่วประเทศ ใครไม่ควรพลาดงานนี้:

  • ผู้ปกครองและครู: เพื่อเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ให้เด็กไทย
  • นักเรียน-นักศึกษา: เพื่อรับแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อนที่รักเทคโนโลยี
  • ผู้ประกอบการ/สตาร์ทอัพ: มองหาไอเดียและทีมพร้อมต่อยอดเชิงธุรกิจ
  • หน่วยงานท้องถิ่น: หารูปแบบนวัตกรรมกลับไปพัฒนาเมือง-ชุมชน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้—ร่วมเชียร์ 200 ทีมตัวแทนประเทศ และสัมผัสนวัตกรรมที่อย่างใกล้ชิด 3–5 ตุลาคม 2568 ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ติดตามรายละเอียดกำหนดการและอัปเดตล่าสุดได้ที่ Facebook: CodingThailand by depa

 

 สู่บทใหม่ของการเดินทาง: แรงบันดาลใจที่ส่งต่อไม่รู้จบ

“Coding Thailand 2025: AI-Driven Future” แสดงให้เห็นว่า เมื่อ โอกาสและเครื่องมือ ไปถึงมือผู้เรียนทั่วประเทศ—ความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยสามารถผลิบานเป็นนวัตกรรมที่มีความหมายต่อเศรษฐกิจและสังคมจริง ในวันที่ 5 ตุลาคม 2568 อาจเป็น “บทสรุป” ของการแข่งขันปีนี้ แต่แท้จริงคือ เส้นทางใหม่ ที่โรงเรียนจะมีศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัล ครูจะกลายเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และนักเรียนจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่พูดได้ทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเทคโนโลยีอย่างมั่นใจ

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย People + Tech + Partnership—และคุณคืออีกหนึ่งพลังสำคัญ มาพบกันบนเวที MCC Hall ร่วมรับแรงบันดาลใจจาก 200 ทีมยอดฝีมือ แล้วออกเดินทางสู่อนาคต  AI-Driven  ไปด้วยกัน

 


แชร์ :

You may also like