DITP ดันดิจิทัลคอนเทนท์ไทยเจรจาการค้า โฟกัสตลาด ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน [PR]

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมผลักดันธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์ไทย กลุ่มอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นและคาแรคเตอร์ เร่งสร้างศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จัดเจรจาการค้าเจาะ 3 ตลาดคู่ค้าสำคัญ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน ผ่านระบบออนไลน์ One-On-One Virtual Meeting โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทย-เทศตอบรับเข้าร่วมงานประมาณ 50 ราย

- Advertisement -

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) มีนโยบายผลักดันให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง กรมฯ จึงต้องเร่งสร้างศักยภาพเพื่อรักษาตลาดและขยายตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นและคาแรคเตอร์ โดยวางแผนพุ่งเป้านำเสนอสินค้าและบริการด้านแอนิเมชั่น CG Visual Effect คาแรคเตอร์ไลเซนซิ่ง รวมไปถึงงานด้านคาแรคเตอร์ดีไซน์ไปยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งเป็น 3 ตลาดสำคัญที่มีธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์เป็นตัวขับเคลื่อนและสร้างมูลค่า ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ กรมฯ จึงได้กำหนดจัดงาน Asian Digital Content Virtual Business Matching ขึ้น โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงโตเกียว นครโอซากา กรุงโซล และกรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน จำนวน 30 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจออนไลน์กับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทย จำนวน 20 ราย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบ One-On-One Virtual Meeting ระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายน 2564 โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าจากการเจรจาการค้ากว่า 30 ล้านบาท”

ในภาพรวมญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน มีอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ที่เจริญก้าวหน้า มีการผลิตแอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ และเกมที่มีชื่อเสียงในระดับต้นๆ ของเอเชีย ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของผู้ประกอบการไทย มีความพร้อมในการทำแอนิเมชั่นทุกด้าน แต่ขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีแนวโน้มในการจ้างงานเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งในด้านแอนิเมชั่น โปรดักชั่น และในด้านคาแรคเตอร์

ขณะเดียวกันเกาหลีใต้มีอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ขนาดใหญ่ทั้งด้านแอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ และตลาดเกม มีแนวโน้มว่าจ้างการผลิตทั้งในรูปแบบการจ้างงาน (Outsource) และการร่วมผลิต (Co-production) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความต้องการในด้านงาน 2D Animation และงานด้าน VDO Graphic ในงานเกมอีกเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงมีตลาดซื้อขายลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ขนาดใหญ่อีกด้วย

ด้านไต้หวันนับได้ว่าเป็นตลาดใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชีย อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ผู้บริโภคนิยมใช้สื่อโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกับไทย ตลอดจนมีไลฟ์สไตล์เปิดรับสินค้าคาแรคเตอร์ใหม่ๆ ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะสนับสนุนในระยะยาว

ทั้งนี้ Asian Digital Content Virtual Business Matching ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทยเตรียมเข้าร่วมงาน อาทิ บริษัท อาร์วามะ จำกัด (คาแรคเตอร์ WARBIE YAMA) บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด (คาแรคเตอร์ ปังปอนด์) บริษัท ทูสปอตคอมมิวนิเคชั่น จำกัด (เกม BLOODY BUNNY ใน NINTENDO SWITCH) บริษัท อิ๊กลู สตูดิโอ จำกัด (ภาพยนตร์แอนิเมชั่น 9 ศาสตรา) บริษัท เอ เอส เอ พี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (รีฟสตูดิโอ) (ภาพยนตร์แอนิเมชั่นหนุมาน นักรบมนตรา) บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ภาพยนตร์แอนิเมชั่น Nezha Reborn) และบริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด (ซีรี่ย์ใน Netflix เคว้ง – The Stranded)