ความเห็นของ WHO เกี่ยวกับการอนุญาตสื่อสารผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงของ อย. สหรัฐ สร้างความผิดหวังให้กับผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ [PR]

 

จากกรณี หน่วยงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่อ้างความคิดเห็นขององค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับคำอนุญาตขององค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกาที่ระบุให้ผลิตภัณฑ์แบบไม่เผาไหม้ (Heated Tobacco Product) ของฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชันแนล อิงค์ (พีเอ็มไอ) สามารถสื่อสารในฐานะผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง (Modified Risk Tobacco Product) ได้ นั้น นายเจอรัลด์ มาร์โกลิส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“PMTT”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือพีเอ็มไอ กล่าวว่า “ปฏิกิริยาของ WHO ที่มีต่อการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นอิสระโดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขชั้นนำระดับประเทศ ถือเป็นการพลาดโอกาสในการยืนหยัดอยู่เคียงข้างวิทยาศาสตร์และการสร้างความคืบหน้าให้กับภารกิจหลักด้านสุขภาพระดับโลก ท้ายที่สุด หากการต่อต้านของ WHO ดำเนินต่อไปเพื่อกีดกันไม่ให้ผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจจะสูบบุหรี่ต่อไปสามารถเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ดีกว่าได้ ผู้นำขององค์การอนามัยโลกจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นตามมา

- Advertisement -

เราผิดหวังอย่างมากที่ได้เห็น WHO ระบุถึงการตัดสินใจของ อย. สหรัฐฯ อย่างไม่ถูกต้อง โดยเลือกสื่อสารเฉพาะประเด็นที่จะช่วยให้ WHO ดำเนินการตามแนวทางที่ไม่ถูกต้องต่อไป ขณะที่ละเลยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ WHO ไม่อยากจะให้เกิดการนำมาพูดคุยในสังคม”

สำหรับข้ออ้างเรื่องสารเคมีเพิ่มเติมที่พบในไอละอองนั้น มร. มาร์โกลิส เสริมว่า “ไอละอองที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอมีความซับซ้อนน้อยกว่าควันบุหรี่อย่างมาก และปริมาณของสารเคมีในควันบุหรี่มีจำนวนมากกว่าในไอละอองของผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อน จากการประเมินกว่า 30,000 ครั้ง ผลระบุไปในแนวทางเดียวกันว่าผลิตภัณฑ์นี้ก่อสารเคมีที่เป็นอันตรายหรืออาจเป็นอันตรายในระดับที่น้อยกว่าควันบุหรี่โดยเฉลี่ย 90% แม้ไอละอองจะพบสารเคมีเฉพาะบางชนิดที่ไม่เคยพบมาก่อนหรือมีสารเคมีบางชนิดในระดับที่เข้มข้นกว่าที่พบในควันบุหรี่ แต่ระดับของสารเคมีเหล่านั้นมีความเป็นพิษต่ำในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดความกังวลแต่อย่างใด ซึ่งอย. สหรัฐฯ ได้พิจารณาข้อมูลเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนแล้วว่าเหมาะสมในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนก่อนที่จะอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถจำหน่ายและสื่อสารข้อความว่าลดระดับการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆ ได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผู้ที่จะได้รับผลกระทบและความสูญเสียจากแนวทางของ WHO ก็คือผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าแนวทางที่ดีที่สุดต่อความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพคือการเลิกสูบบุหรี่หรือไม่เริ่มสูบบุหรี่ สำหรับผู้ที่ยังไม่เลิก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ดีกว่าการสูบบุหรี่ ผลิตภัณฑ์ไร้ควันจะเป็นประโยชน์และเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถบรรลุความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขระดับโลกได้อย่างมหาศาล เมื่ออยู่ภายใต้การใช้กฎระเบียบและการตลาดที่เหมาะสม องค์การอนามัยโลกมีความรับผิดชอบที่ต้องตระหนักถึงความจริงนี้และดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว”

เรายินดีให้รัฐบาลและหน่วยงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ตรวจสอบผลการศึกษาของพีเอ็มไอ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับสารเคมีที่เพิ่มขึ้นมาตามที่มีการกล่าวอ้าง เราเชื่อว่าประเทศไทยควรจะได้ศึกษาและกำหนดแนวทางที่สร้างสรรค์ในการควบคุมผลิตภัณฑ์นี้แทนที่จะสร้างความกังวลให้กับผู้สูบบุหรี่ 10.7 ล้านคนในประเทศไทยด้วยการตีความคำอนุญาตของ อย. สหรัฐฯ อย่างผิดๆ หรือไม่ให้ความสำคัญกับผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์”