Icon Siam สัญลักษณ์ใหม่ของสยามริมฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา มูลค่าลงทุน 5หมื่นล้านบาท [PR]


ICONSIAM Perspective

 

พันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของโครงการที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจแห่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และเป็นโครงการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ภาคเอกชนไทยเคยทำมาในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดองค์ประกอบสำคัญของโครงการเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศชื่อของแลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ โดยให้ชื่อว่า “ไอคอนสยาม” (Icon Siam)

โครงการที่จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่แห่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย และคนไทยทั้งชาติ ซึ่งได้เดินหน้าเริ่มงานก่อสร้างแล้วแห่งนี้ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าแห่งยุค ที่ล้ำเลิศที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 2 อาคาร คอนโดมิเนียมที่พักอาศัยมาตรฐานระดับโลกที่หรูหราสง่างามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 2 อาคาร และสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ทั้ง 7 ที่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการขนานนามให้เป็น “7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม”

 

ทั้งนี้ ผู้พัฒนาโครงการเปิดเผยว่า คอนเซ็ปต์ของโครงการได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีมากจากการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าและการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่โครงการให้ใหญ่ขึ้น โดยการซื้อที่ดินที่อยู่ล้อมรอบโครงการเพิ่มเติม ทำให้ ณ ปัจจุบันโครงการมีขนาดพื้นที่ 50 ไร่ จากเดิมที่มีอยู่ 40 ไร่ และผลจากการขยายพื้นที่และต่อยอดโครงการ ทำให้มูลค่าการลงทุนของโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็น 50,000 ล้านบาท จากเดิม 35,000 ล้านบาท ที่ประกาศไปเมื่อครั้งประกาศการตัดสินใจพัฒนาโครงการครั้งแรก

 

ไอคอนสยาม เมืองแห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรันดร์ (The Icon of Eternal Prosperity) เป็นโครงการภายใต้การรังสรรค์ของสามพันธมิตรภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของวงการธุรกิจไทย จึงเป็นหลักประกันได้ว่าโครงการจะกลายเป็นแลนด์มาร์คที่ยิ่งใหญ่ของประเทศได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยพันธมิตรทั้งสาม ได้แก่ สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหาร Mixed-use development ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่มีชื่อเสียง ผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมครบวงจรสำหรับโครงการที่พักอาศัยระดับบนมากมาย รวมทั้งโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด และ เครือเจริญโภคภัณฑ์           บริษัทชั้นนำของไทยที่มีการลงทุนในระดับโลก

 

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามจะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยในการเนรมิตโครงการที่ยิ่งใหญ่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ และตื่นตาตื่นใจที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เพราะไอคอนสยามจะเป็นสถานที่ที่จะดึงดูดคนไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากเรากำลังจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ของคำว่าล้ำเลิศในทุกมิติ จะเป็นการสร้าง Paradigm ใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ รวบรวมทุกสรรพสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็นที่สุดแห่งการอยู่อาศัย สินค้าและบริการที่ครบครัน นวัตกรรมในการอำนวยความสะดวกสบายและการสื่อสารที่ล้ำยุคอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  ไอคอนสยามจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะจุดประกายความเรืองรองของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชาวโลกชื่นชมให้สว่างไสวไปทั่วโลกอีกครั้ง”

 

ไอคอนสยามจะกลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อการคมนาคมทางน้ำกับโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในระบบอื่น ซึ่งประกอบด้วย 2 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน กับอีก 3 โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำในอนาคต ระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บีทีเอส) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง นอกจากนี้ไอคอนสยามยังสร้างท่าเรือสาธารณะ 2 ท่า ท่าเรือส่วนบุคคล 1 ท่าในพื้นที่โครงการ  เพื่อเชื่อมต่อกับอีก 73 ท่าเรือในรัศมี 10 กิโลเมตรบนแม่น้ำเจ้าพระยา  ซึ่งมีเรือกว่า 650 เที่ยวต่อวัน  ไอคอนสยามจะมีเรือ Ferry Boat รับส่งอีก 6 ลำ  และบริการรถ Shuttle Bus รับส่งระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าธนบุรีอีกด้วย

 icon siam

 

– ครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดกับการบุกเบิกความร่วมมือระดับชาติ

“แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา”

“ไอคอนสยามจะเป็นผู้นำในการบุกเบิกความร่วมมือระดับชาติครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยได้จัดทำ “แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา” ภายใต้ความร่วมมือของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีอีก 30 โครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินโครงการระหว่างปี 2555 ถึง 2563 รวมกันแล้วมีมูลค่าถึง 142,000 ล้านบาท ผนึกกำลังพื้นที่ริมแม่น้ำสายนี้ตลอดระยะทางยาว 10 กิโลเมตร ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจะตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก”

 

ไอคอนสยามได้ทำการศึกษาศักยภาพของธุรกิจและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา  โดยได้ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โรงแรมแชงกรีล่า โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน โรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพ เรือด่วนเจ้าพระยา เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ฯลฯ เพื่อวางแผนในการแลกเปลี่ยนลูกค้าและเอื้ออำนวยประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งกันและกัน  อีกทั้งจะร่วมกันทำการตลาดในอนาคต  เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจทั้งปวงบนแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก  และเป็นปรากฏการณ์สุดยอดแห่งการผนึกกำลังร่วมพัฒนาโครงการเมืองที่สามารถประสานประโยชน์และสร้างศักยภาพสูงสุดให้แก่กรุงเทพมหานคร

 

นอกจากนี้ สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานครมีแนวคิดที่จะสร้างทางเดินเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งไอคอนสยามจะเข้าไปมีส่วนร่วม และเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์นี้ โดยการสร้าง The River Park ให้เป็น Community Space ที่ใหญ่ที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาภายในโครงการ พร้อมกับเชื่อมต่อพื้นที่นี้ กับทางเดินเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะเชื่อมกับที่ดินของธุรกิจที่อยู่ใกล้เคียง

 

“พื้นที่จัดกิจกรรมริมฝั่งแม่น้ำ และริเวอร์พาร์ค เนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร จะช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าถึงและดื่มด่ำกับความงดงามของบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยพื้นที่ส่วนนี้จะรองรับการจัดงานระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ และการแสดงโชว์ระดับโลกในสถานที่ที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้ไอคอนสยามกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่อยู่ในตารางการแสดงของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกทุกคน ที่จะมาเปิดการแสดงในเอเซีย”

 

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายเกียรติยศที่ก่อกำเนิดประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ  ซึ่งแผนแม่บท ICONSIAM River Master Vision จะช่วยจุดประกายให้ทั้งโลกต้องหันกลับมามองแม่น้ำสายนี้อีกครั้งหนึ่ง  ในฐานะจุดศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครที่มีศักยภาพมากที่สุด เพื่อเชิดชูภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีผู้คนอยากมาอยู่อาศัยมากที่สุดและเป็นจุดมุ่งหมายที่คนทั้งโลกอยากมาเยี่ยมชมมากที่สุดอีกด้วย

 

ไอคอนสยามตั้งอยู่บนพื้นที่ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของมหานครกรุงเทพฯ  ขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่  บนผืนดินที่งดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีด้านหน้าทอดยาวเลียบริมน้ำ และมีผืนน้ำโอบอุ้มทั้งสองฝั่งซ้ายขวาซึ่งมีระยะความยาวมากกว่า 400 เมตร  เป็นที่ดินผืนใหญ่ชิ้นสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยา

 

นางชฎาทิพกล่าวว่า “ไอคอนสยามตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง ทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ ท่ามกลางโครงการที่พักอาศัยระดับบน ราว 200 โครงการ ประชากรในพื้นที่ที่รวมมากกว่า 3 ล้านคน และมีโรงแรมที่เป็นที่รู้จักระดับโลกตั้งอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ถึง 50 แห่ง รวมห้องพักกว่า 10,000 ห้อง อยู่ใกล้กับศูนย์กลางธุรกิจย่านสีลมและสาทรเพียงห้านาที รวมถึงย่านการค้าอีกมากมายริมฝั่งแม่น้ำ และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางสะดวกที่สุด โดยสามารถมายังโครงการได้ ทั้งรถไฟฟ้า รถยนต์ หรือทางเรือ รวมกว่า 650 เที่ยวต่อวัน และในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะมีโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่สร้างเสร็จเพิ่มเติมในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย”

 

นางชฎาทิพกล่าวว่า ด้วยเป็นแผนงานที่มีขนาดใหญ่อลังการมากเช่นนี้ จะกลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ผู้คนปรับเปลี่ยนวิถีการเดินทางในกรุงเทพฯ โดยจะทำให้คนกรุงเทพฯ หันมาใช้การเดินทางทางน้ำแทนการใช้รถยนต์มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการจราจร และการสิ้นเปลืองพลังงาน

 

– ส่วนประกอบสำคัญของโครงการ

นางสาวทิพาภรณ์  เจียรวนนท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามจะเป็นโครงการที่เชิดหน้าชูตาที่สุดของกรุงเทพฯ เรากำลังสร้างโครงการไลฟ์สไตล์ที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบ เปรียบ เสมือนเมืองใหม่ ซึ่งครบถ้วนไปด้วยที่พักอาศัย ศูนย์การค้า และความงดงามทางวัฒนธรรมภายใต้มาตรฐานสูงสุดระดับสากล จนทำให้ทั่วโลกต้องหันมามองประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”  

 

“ไอคอนสยามอภิมหาโครงการเมือง มีขนาดพื้นที่ 750,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 อาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุค พื้นที่525,000 ตารางเมตร อาคารที่พักอาศัยริมน้ำระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ 70 ชั้น 1 อาคาร และ 40 ชั้น 1 อาคาร นอกจากนี้ ยังมี ‘7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม’ ที่ไม่เคยมีมาก่อน   ในประเทศไทย โดยทั้งหมดนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ไอคอนสยามเป็นสถานที่นำเอาสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาปรากฎในโครงการและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมารวมกันไว้ เพื่อให้โครงการไอคอนสยามเป็นโครงการระดับโลกอย่างแท้จริง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาติ และคนไทยจากทั่วประเทศจะต้องมาเยี่ยมชม

 

 “7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม” มีมูลค่ารวมกันกว่า 10,000 ล้านบาท  อาทิ

 

  • การแสดงสายน้ำผสมผสาน แสง สี เสียง ไฟ และมัลติมีเดีย(Multi-Media Water-and-FireFeature)ที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวมากกว่า 400 เมตร ตระการตา ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคน
  • พิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมมรดกทางประวัติศาสตร์และสุดยอดภูมิปัญญาไทย

พิพิธภัณฑ์ที่จะรวบรวมสมบัติและความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาไทยมาจัดแสดงไว้ ณ ที่แห่งนี้ โดยความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 

– คอนเซ็ปต์อาณาจักร 2 ศูนย์การค้าและความบันเทิงระดับโลก

นางชฎาทิพเปิดเผยว่า “ไอคอนสยามกำลังสร้างที่สุดของปรากฏการณ์ใหม่เพียงหนึ่งเดียว ที่มอบประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือน โดยเฉพาะลูกค้าคนไทย จะได้เห็นคุณค่าของสิ่งดีๆและความดีงามทั้งปวงที่เป็น DNA ของประเทศไทย และให้รู้สึกว่าโชคดีอย่างยิ่งแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่นี้”

 

ไอคอนสยามจะนำเสนอ อาณาจักร 2 ศูนย์การค้าแห่งยุคที่นำความล้ำเลิศของสินค้าและบริการแบรนด์ไทยรวมกับแบรนด์ดังยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยแยกเป็นอาคาร Luxury และอาคาร Main Retail & Entertainment ที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน มีที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกแยกจากกัน แต่ต่อเชื่อมการไหลเวียนของลูกค้ากันได้อย่างทั่วถึง

 

อาคาร Luxury จะมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ด้านหน้าอาคารทอดยาวกว่า 300 เมตรขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นการรวบรวมที่สุดของแบรนด์ดังระดับโลกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ Icons within Icon เป็นแห่งแรก โดยการเนรมิต Iconic Store ซึ่งเป็นนิยามใหม่แห่งวงการค้าปลีก ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวและเอกลักษณ์ของแบรนด์อันเป็นมรดกตกทอด แสดงถึงศักยภาพของแต่ละแบรนด์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้อาคาร Luxury ยังรวมสุดยอดภัตตาคารหรูระดับ Michelin stars ชื่อดังจากประเทศต่างๆ

 

อาคาร Main Retail พื้นที่ 500,000 ตารางเมตร จะอยู่ติดกับถนนเจริญนคร  เป็นสถานที่นำเสนอ ประสบการณ์แปลกใหม่ในหลากหลายมิติ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ของการสร้างพื้นที่ร้านค้าในรูปแบบที่ไม่มีใครเหมือน ในบรรยากาศ in door และ outdoor รวมแล้วกว่า 500 ร้านค้า 100 ภัตตาคารจาก 30 ประเทศ นำเสนอความแปลกใหม่ของสินค้าและบริการ  อีกทั้งจะรวบรวมแบรนด์แชมป์เปี้ยนสุดยอดสินค้าและบริการไทยมาไว้อย่างครบครัน และยังมีพื้นที่พิเศษบน Rooftop Garden ซึ่งจะมี Sport Complex ขนาดใหญ่

 

ไอคอนสยามยังจะมีศูนย์การประชุมระดับโลก (World Class Auditorium) 3,500 ที่นั่ง ซึ่งสามารถจัดการประชุมนานาชาติ งานสำคัญของรัฐบาล งานแสดง Trade Exhibition ที่จะหมุนเวียนมาจากประเทศต่างๆ รวมทั้งสามารถรองรับโชว์อลังการจากบรอดเวย์และลอนดอนอย่างเต็มภาคภูมิ

 

ไอคอนสยามเป็นกลุ่มอาคารที่งามสง่า เปิดรับกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่โอบล้อมและดึงสายน้ำเข้ามาสร้างความชุ่มชื่นใจภายในอาคาร ผสมผสานกับงานศิลปะที่วิจิตรงดงามของศิลปินแห่งชาติ ในแขนงต่างๆ รวมถึงงานของศิลปินระดับโลก  อันจะเป็นแรงบันดาลใจ ให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมจากทั่วโลก อย่างไม่มีที่ใดเสมอเหมือน

 

ไอคอนสยามมุ่งที่จะต้อนรับลูกค้าทุกเพศทุกวัยจากกรุงเทพมหานครทั้งสองฝั่งแม่น้ำ และลูกค้าคนไทยทั่วประเทศที่จะต้องมาเยี่ยมชม 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม ยิ่งไปกว่านั้นจะเป็นแม่เหล็กที่ทรงพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชม   และประทับใจกับประสบการณ์ของการให้บริการในแบบฉบับที่งดงามด้วยความเป็นไทยครบทุกมิติ

 

 

– คอนเซ็ปต์ที่พักอาศัย

นางสาวทิพาภรณ์กล่าวว่า Magnolias Waterfront Residences ที่ไอคอนสยามถือเป็นโครงการที่พักอาศัยเหนือระดับ ที่อยู่แถวหน้าของโลก จะสร้างมาตรฐานใหม่ของโครงการที่พักอาศัยในประเทศไทย ในแง่คุณภาพและความหรูหราที่สามารถติดต่อสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับชุมชนโลก ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารระบบไฟเบอร์ออพติคที่ให้ความเร็วสูงสุดแห่งแรกในประเทศไทย FTTX (Fiber to Home) ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในโครงการที่พักอาศัยที่มีคุณภาพสูงและดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วยเพื่อตอบสนองและรองรับการใช้ชีวิตในอนาคต และเปิดโอกาสให้ผู้พักอาศัยเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนโลกแบบไร้รอยต่อ เพื่อรองรับชุมชนนานาชาติที่กำลังขยายตัว ทุกองค์ประกอบในโครงการล้วนถูกออกแบบโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ ความสะดวกสบาย และการบริการให้อยู่ในระดับสูงสุด เฉกเช่น เดียวกับการอาศัยอยู่ ในลอนดอน โตเกียว หรือ นิวยอร์ก”

 

นางสาวทิพาภรณ์  กล่าวว่า “ที่พักอาศัยในโครงการได้รับการออกแบบที่ดึงเอาเอกลักษณ์และศิลปะอันล้ำค่าของไทยมาผสมผสานกับโมเดิร์นดีไซน์ที่เรียบหรูและลงตัว อยู่บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองอาคารถูกออกแบบด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษกับทุกแง่มุมที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต (well-being) ความยั่งยืน (sustainability) และคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด  เราออกแบบให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสธรรมชาติแบบ resort homeโดยมีพื้นที่สีเขียวเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถสัมผัสได้ทันทีที่เข้าถึงโครงการ และยังมีสวนที่ออกแบบให้เป็น pocket garden เพื่อความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ยังคงเอื้อประโยชน์กับชุมชนโดยการเชื่อมต่อทางเดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นประโยชน์กับคนทั่วไปในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัยในโครงการ

 

นางสาวทิพาภรณ์  กล่าวว่าMagnolias Waterfront Residences ที่ไอคอนสยามมอบส่วนผสมที่ลงตัวซึ่งหาได้ยาก ด้วยคุณภาพที่เป็นเลิศ โดยเริ่มต้นจากการจัดวางทิศทางของอาคารให้ได้ประโยชน์จากธรรมชาติได้มากที่สุดเพื่อลดการใช้พลังงาน และให้ผู้พักอาศัยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ทำให้สุขภาพดีเข้ามาผสมผสานในงานออกแบบด้วย อาทิ เช่น

  • การหมุนเวียนและการถ่ายเทอากาศที่สามารถลดอุณหภูมิของอากาศภายนอกก่อนไหลเวียนเข้าสู่ห้องพัก
  • ระบบการกรองฝุ่นและการควบคุมความชื้น
  • ทุกยูนิตมีระเบียงใหญ่ที่สามารถออกมาใช้ชีวิตใกล้ชิดแม่น้ำและอากาศบริสุทธิ์โดยมีการออกแบบอาคารและเปลือกอาคารให้มีลักษณะ self-shadingไม่ต้องกังวลเรื่องแดดและความร้อนแต่ยังคงได้รับอากาศบริสุทธ์และแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่
  • ทุกยูนิตสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ฯลฯ

 

Magnolias Waterfront Residences ที่ไอคอนสยาม ได้นำเสนอมิติใหม่ของการอยู่อาศัยเหนือระดับในภาคพื้นเอเซียเป็นแห่งแรก กล่าวคือ เป็นการอยู่อาศัยท่ามกลางการคมนาคมในหลากหลายรูปแบบ  มีความสะดวกในการใช้ชีวิตที่สุนทรีย์ไม่ว่าในด้านการจับจ่ายใช้สอยหรือใกล้แหล่งบันเทิงระดับโลก ศูนย์การประชุมและการแสดงนานาชาติ ฯลฯ ท่ามกลางอารยธรรมและวิถีชีวิตไทยบนศูนย์กลางแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ทั้งยังได้อยู่ใกล้ชิดและสัมผัสกับธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดีได้ในทุกวันอีกด้วย

 

นางสาวทิพาภรณ์กล่าวว่า ความใส่ใจในการออกแบบโครงการไอคอนสยาม และการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน ถือเป็นหลักการทำงานของเราที่ตั้งใจมอบสิ่งดีๆ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม ทั้งผู้พักอาศัยในโครงการและรวมถึงผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบโครงการให้ได้รับประโยชน์ไปด้วยกัน

 

นายณรงค์ เจียรวนนท์ ผู้ช่วยอาวุโสประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์มั่นใจว่าไอคอนสยามจะเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยเพราะมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นโครงการระดับโลกที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกันซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของกรุงเทพฯเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกเข้ามาพำนักท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยในประเทศไทย จะเป็นการเสริมศักยภาพให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและของโลก
ไอคอนสยามจะเป็นผู้นำในการจุดประกายความเรืองรองของแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างมาตรฐานในระดับสากล ด้วย ICONSIAM River Master Vision หรือ แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ด้วยเหตุนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ ICONSIAM ซึ่งเป็นการลงทุนของ 3 บริษัทของคนไทย ที่สอดคล้องกับ ค่านิยมองค์กรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ “3 ประโยชน์” กล่าวคือ การลงทุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์จะต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ประชาชน สุดท้ายจึงเป็นประโยชน์ของบริษัท และนอกจากนี้ภายใต้การดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งยึดหลัก “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ “Sustainable Development” เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ICONSIAM จะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทยในยุคโลภาภิวัตน์

 

ขณะนี้ โครงการไอคอนสยามได้เปิดรับจองพื้นที่ศูนย์การค้าและที่พักอาศัยแล้ว ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านทาง www.ICONSIAM.com

 

โดยการก่อสร้างโครงการ มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2560

ไอคอนสยาม – ‘The Icon of Eternal Prosperity’

Share and Comments

Comments

Related Post


Latest Posts

Most Commented

ติดตาม Brand Buffet
ฟรี! กดรับข่าวผ่านE-mail อัพเดททุกความเคลื่อนไหว กรอกอีเมลล์ของคุณในช่องด้านล่างนี้ กดยืนยันในอีเมล์ด้วยจึงจะสมบูรณ์

Join other followers